9. ศึกษาสถานภาพการวางไข่ ความหลากหลาย และสุขภาพของเต่าทะเลบริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี 9. ศึกษาสถานภาพการวางไข่ ความหลากหลาย และสุขภาพของเต่าทะเลบริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี
51 view

 

หน่วยงาน / ผู้รับผิดชอบ

          ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก 

หลักการและเหตุผล

           ในประเทศไทยพบเต่าทะเลได้ทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ (Green sea turtle; Chelonia mydas) เต่ากระ (Hawksbill sea turtle; Eretmochelys imbricata) เต่าหญ้า (Olive Ridley sea turtle; Lepidochelys olivacea) เต่าหัวค้อน (Loggerhead sea turtle; Caretta caretta) และเต่ามะเฟือง (Leatherback sea turtle; Dermochelys coriacea) อาศัยอยู่ตามแนวปะการังทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยชนิดพันธุ์ที่พบว่ามีการขึ้นวางไข่ในเขตพื้นที่ชายฝั่งประเทศไทย ได้แก่ เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า และเต่ามะเฟือง สมัชชาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโลกหรือ IUCN (International Union for the Conservation of Nature and Natural Resources) ได้ประกาศให้เต่าทะเลอยู่ในบัญชีแดงของ IUCN (IUCN Red List of Threatened Species) โดยจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable species) เต่าทะเลมีความสำคัญในทางระบบนิเวศ นอกจากนี้เต่าทะเลเป็นสัตว์ที่มีการเดินทางย้ายถิ่น มีแหล่งอาศัยและแหล่งอาหารกว้างไกล จึงมีการเดินทางไปมาและอาศัยอยู่ในพื้นที่หลายประเทศ แต่ปัจจุบันยังมีข้อมูลการศึกษาวิจัยค่อนข้างน้อยที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางพันธุกรรม การย้ายถิ่น และบริเวณที่อยู่อาศัยของประชากรเต่าทะเล เต่าทะเลสามารถรับรู้และจดจำสภาพทางเคมีของชายหาดและน้ำทะเลของแหล่งที่เกิดได้ และเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์เต่าทะเลจะเดินทางกลับมาวางไข่ที่ชายหาดแห่งเดิมกับบริเวณที่เกิดมา จากรายงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งปี 2562 พบว่า เต่าตนุและเต่ากระขึ้นวางไข่บริเวณเกาะครามค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับบริเวณอื่นในอ่าวไทย มีการรายงานว่าเต่าตนุและเต่ากระขึ้นวางไข่บริเวณเกาะคราม เป็นจำนวนถึง 1,056 รัง (สมชาย,2531) เนื่องจากบริเวณเกาะครามเป็นเกาะที่อยู่ในความดูแลของฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นบริเวณที่ค่อนข้างเงียบสงบ ปราศจากสิ่งรบกวนและยังเป็นเขตหวงห้ามทำการประมงทุกชนิด ดังนั้นการศึกษาในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและติดตามวงจรชีวิตและการวางไข่ของแม่เต่าทะเล เพื่อประโยชน์ในการจัดการดูแลแหล่งวางไข่และประชากรเต่าทะเลให้เพิ่มมากขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนงานการอนุรักษ์เต่าทะเลได้ต่อไป

วัตถุประสงค์

          1. เพื่อสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

          2. เพื่อเก็บรวบรวมสถิติจำนวนแม่เต่าทะเล และจำนวนรังไข่เต่าทะเลบริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี

          3. เพื่อศึกษาติดตามวงจรการวางไข่ของเต่าทะเลที่มาวางไข่บริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี

          4. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการวางไข่และสุขภาพของเต่าทะเลที่มาวางไข่บริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี

ผลการดำเนินงาน

           การรวบรวมข้อมูลสถิติการวางไข่เต่าทะเล บริเวณเกาะคราม จ.ชลบุรี เก็บรวบรวมข้อมูลและสถิติจำนวนหลุมและจำนวนไข่ในบริเวณชายหาดต่าง ๆ รวมเป็นจำนวน 521 รัง รวมถึงการเก็บข้อมูลจากบันทึกประจำวันของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ในพื้นที่ที่ไม่สามารถรวบรวมเองได้ จำนวนทั้งสิ้น 3 เกาะ รายละเอียดแสดงดังตารางที่ 1

ชนิด

ชื่อ

เกาะจาน

เกาะครามใหญ่

เกาะอีร้า

หาดเจ๊ก

หาด

โพธิ์

หาดกรวด

หาด

กระทิง

หาด

ขาม

หาดนวล

หาดหน้าถ้ำ

หาด

หน้าบ้าน

เต่ากระ

1

21

150

6

30

36

57

-

3

1

เต่าตนุ

-

9

25

1

91

44

38

1

7

-

รวม

1

30

175

7

121

80

95

1

10

1

ตารางที่ 1แสดงจำนวนรังเต่าบริเวณเกาะจาน เกาะครามใหญ่ และเกาะอีร้า

 

จากกราฟที่ 1 พบว่าชนิดของเต่าที่ขึ้นวางไข่มากที่สุด คือ เต่ากระ 303 รัง รองลงมา คือ เต่าตนุ 216 รัง พบมากที่สุดบริเวณเกาะครามใหญ่ ส่วนเกาะจานและเกาะอีร้า พบเต่ากระ 1 รัง 

 

จากกราฟที่ 2 พบว่าชนิดของเต่ากระที่ขึ้นว่างไข่มากที่สุด ได้แก่ หาดโพธิ์ 150 รัง หาดนวล 57 รัง

และหาดขาม 36 รัง ชนิดของเต่าตนุที่ขึ้นวางไข่มากที่สุด ได้แก่ หาดกระทิง 91รัง หาดขาม 44 รัง

และหาดนวล 38 รัง

 

จากกราฟที่ 3 พบว่าหาดโพธิ์เป็นหาดที่มีการพบรังไข่ของเต่ามากที่สุด 34 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือหาดกระทิง 23 เปอร์เซ็นต์ และหาดนวล 18 เปอร์เซ็นต์

 

จุดสำรวจเต่าทะเลบริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี ในปี พ.ศ. 2566

 

รูปที่ 2 จุดสำรวจเต่าทะเลบริเวณหมู่เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี ในปี พ.ศ. 2566