การบริหารจัดการขยะทะเล การบริหารจัดการขยะทะเล
449 view

          ในปี 2550 COBSEA (Coordinating Body on the Seas of East Asia) ได้รายงานว่ามีขยะที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเลประมาณ 1,800 ตัน/วัน โดยมีปริมาณขยะในทะเลสะสมมากถึง 6.4 ล้านตัน/ปี ซึ่งในจำนวนนี้ ประมาณ 5 ล้านตัน มาจากกิจกรรมในทะเล ขยะที่ล่องลอยอยู่ในทะเล จะเป็นขยะพลาสติกถึงร้อยละ 89 หรือมีขยะพลาสติกประมาณ 46,000 ชิ้น/ตารางไมล์ ซึ่งคิดเป็น 3 เท่าของปริมาณปลาที่จับได้ นอกจากนี้ ยังมีการประมาณว่าทุก ๆ ตารางกิโลเมตร ของทะเล มีขยะประเภทเศษพลาสติกลอยอยู่มากกว่า 13,000 ชิ้น

          ในปี พ.ศ. 2558 ประเทศในภูมิภาคอาเซียนหลายประเทศ ได้ถูกจัดลำดับให้เป็นประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติก ลงทะเลมากที่สุดในโลก โดยประเทศอินโดนีเซียทิ้งขยะพลาสติกในทะเลมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ถึงร้อยละ 3.22 (ลำดับ 2 ของโลก) ส่วนประเทศฟิ ลิปปินส์ และเวียดนาม มีปริมาณขยะอยู่ที่ร้อยละ 1.88 และ 1.83 ตามลำดับ (ลำดับที่ 3 และ 4 ของโลก) โดยประเทศไทย และมาเลเซีย มีปริมาณขยะอยู่ที่ร้อยละ 1.03 และ 0.94 ตามลำดับ (ลำดับที่ 6 และ 8 ของโลก) (Jambeck et al., 2015)

          ปัญหาเรื่องขยะทะเลเป็นประเด็นระดับโลกที่องค์การสหประชาชาติให้ความสำคัญ เนื่องจากการจัดการทรัพยากรทางทะเลเป็น 1 ใน 17 เป้าหมายของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน และปัจจุบันทะเลทั่วโลก กำลังเผชิญกับขยะที่เคลื่อนจากแผ่นดินออกสู่ชายฝั่งและท้องทะเล เป็นสาเหตุให้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลได้รับความเสียหาย สัตว์ทะเลบาดเจ็บและตาย ส่งผลต่อระบบนิเวศวิทยาทางทะเล ตลอดจนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

          กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานปริมาณขยะมูลฝอยทั่วประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2556 - 2560 ซึ่งพบว่าปริมาณขยะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2560 มีปริมาณขยะมากถึง 74,998 ตัน/วัน (27.37 ล้านตัน/ปี) และในพื้นที่ 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล มีปริมาณขยะมากถึง 31,910 ตัน/วัน (11.45 ล้านตัน/ปี) หรือคิดเป็นร้อยละ 42.55 ของปริมาณทั้งหมด ในจำนวนนี้อาจมีขยะพลาสติกอยู่ประมาณ 509 ตัน/วัน (ร้อยละ 12 ของปริมาณทั้งหมด) ซึ่งอาจมีขยะพลาสติกบางส่วนประมาณ 50 ตัน/วัน (ร้อยละ 10 - 15 ของปริมาณขยะพลาสติก) ไหลลงสู่ทะเล เนื่องจากอาจมีขยะบางส่วนไม่ได้ถูกกำจัดอย่างถูกวิธี

ปริมาณขยะมูลฝอยทั่วประเทศไทยและในพื้นที่ 24 จังหวัดที่มีชายฝั่ง ระหว่างปี พ.ศ. 2556 – 2560

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลขยะทะเล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 โดยในปี พ.ศ. 2560 ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลขยะทะเลในพื้นที่ 21 จังหวัดชายฝั่งทะเล ได้แก่ จังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล แล้วพบว่า มีปริมาณขยะทะเลสูงสุด 10 อันดับแรกของแต่ละพื้นที่รวมกันจำนวน 52,187 ชิ้น โดยเมื่อพิจารณาชนิดของขยะทะเลใน 10 อันดับแรก พบว่า ถุงพลาสติกอื่นๆ เป็นชนิดขยะที่พบมากที่สุด จำนวน 9,878 ชิ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 24.72 ของจำนวนรวมของปริมาณขยะทะเลสูงสุด 10 อันดับแรก รองลงมาได้แก่ ขวดเครื่องดื่มพลาสติก และแก้ว จำนวน 6,998 และ 6,284 ชิ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 17.51 และ 15.72 ตามลำดับ

ปริมาณขยะทะเลสูงสุด 10 อันดับแรกของแต่ละพื้นที่รวมกัน ในปี พ.ศ. 2560

ปริมาณขยะทะเลสูงสุด 10 อันดับแรกของแต่ละพื้นที่รวมกัน ในปี พ.ศ. 2560

ที่มา : รายงานสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและแนวการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย พ.ศ.2561