ผลกระทบขยะทะเลต่อระบบนิเวศ ผลกระทบขยะทะเลต่อระบบนิเวศ
129 view

ผลกระทบขยะทะเลต่อระบบนิเวศปะการัง
          นอกจากปัจจัยที่เกิดจากธรรมชาติ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พายุ คลื่นลม มรสุม รวมถึง การพัดพาตะกอนปกคลุมทำให้การเจริญเติบโตมีจำกัดและมีผลต่อความหลากหลายของชนิดและการกระจายตัว ดังที่พบใน 
พื้นที่อ่าวพังงา และเกาะยาว เป็นต้น นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อปะการัง ได้แก่ กิจกรรมมนุษย์ ได้แก่ ขยะทะเลจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งจากบริเวณชายฝั่ง ชุมชนแนวชายฝั่ง เรือประมงและเรือท่องเที่ยว การทอดสมอเรือ ซึ่งจากการศึกษาผลกระทบจากขยะทะเลต่อปะการัง พบว่า เศษเชือก อวน ที่ปกคลุมปะการัง และพันเกี่ยวปะการังจำพวกปะการังกิ่งและโขด ทำให้หัก เสียหาย และตายไปเป็นจำนวนมาก ผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ที่สร้างการรบกวนหรือทำลายปะการัง ทำให้การฟื้นตัวของปะการังช้าลงหรือทำให้แนวปะการังได้รับเสียหายเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าปะการังจะสามารถฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติก็ตาม แต่ถ้ามีปัจจัยต่าง ๆ เข้ามากระทบหรือรบกวน ทำให้ระยะเวลการฟื้นตัวยาวนานขึ้น ระยะเวลาในการเจริญเติบโตยาวนานขึ้น หรืออาจจะทำให้ปะการังไม่สามารถฟื้นตัวได้อีกเลย
 

ขยะที่พบตกทับบนปะการัง บริเวณพื้นที่สำรวจจังหวัดพังงาและกระบี่
 

          นอกจากนี้ ได้มีการศึกษาผลกระทบขยะทะเลต่อระบบนิเวศชายหาด โดยศึกษาการเจริญเติบโตองค์ประกอบเลือด การเปลี่ยนแปลงทางเนื้อเยื่อวิทยา การติดเชื้อปรสิตและเชื้อแบคทีเรียของปูลม ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันโดยออกแบบการทดลองเลี้ยงปูลมในถังพลาสติกที่มีสภาพจำลองการปนเปื้อนขยะทะเลประเภทต่าง ๆ แบ่งเป็น 5 ชุดการทดลองชุดการทดลองละ 3 ซ้ำ ได้แก่ (1) ชุดควบคุมไม่มีขยะ (2) ขยะพลาสติก (3) ขยะอินทรีย์ (4) ขยะโฟม (5) ขยะผสมโฟมพลาสติกและขยะอินทรีย์ โดยสรุปผลการศึกษาได้ ดังนี้
          1. ขยะพลาสติก ทำให้เม็ดเลือดปูเพิ่มขึ้น เนื่องจากความเครียดสูงเกิดการสร้างเอ็มไชด์ขึ้นมา ทำลายสิ่งแปลกปลอม
          2. ปริมาณโปรตีนในเลือดต่ำกว่าปกติ (ชุดควบคุม) แสดงว่าทำให้การเผาผลาญอาหารได้น้อยลง

          3. เนื้อเยื่อในตับปู ในชุดขยะพลาสติก โฟม และผสม จะมีเซลล์สะสมสารอาหารน้อยกว่าปกติ ทำให้สัตว์อ่อนแอได้ สรุปโดยรวมคือสรีระวิทยาของสัตว์พวกครัสตาเซียน มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจาก มีความเครียดเพิ่มขึ้น
 

การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการและกระบวนการทางเนื้อเยื่อวิทยาเพื่อดูความผิดปกติของตัวอย่าง


ผลกระทบขยะทะเลต่อสัตว์ทะเลหายาก
          ซึ่งเป็นที่สนใจของสังคมและทีมนักวิจัยใน ปัจจุบันเป็นอย่างมาก ซึ่งผลกระทบของขยะทะเลที่มีต่อสัตว์ทะเลหายาก เป็นสาเหตุที่ทำให้มีการบาดเจ็บ ป่วย หรือเสียชีวิต โดยการศึกษาดำเนินการ ดังนี้

          1. กรณีสัตว์เกยตื้นมีชีวิต ดำเนินการรักษาพยาบาล และประเมินอาการป่วยหรืออาการบาดเจ็บอันเนื่องมาจากขยะทะเล
          2. กรณีสัตว์เกยตื้นเสียชีวิต ดำเนินการผ่าชันสูตรซากเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากขยะทะเล และ
          3. สาเหตุของขยะทะเลที่มีผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหายาก ในปีงบประมาณ 2562 สรุปได้จากการเกยตื้นของสัตว์ทะเลหายากทั้งหมด 839 ตัวพบจำนวนสัตว์ทะเลหายากที่ได้รับผลกระทบจากขยะทั้งหมด 207 ตัว คิดเป็น ร้อยละ 24.67 โดยมีจำนวนแต่ละชนิดและรูปแบบผลกระทบดังตารางแสดงจำนวนสัตว์ทะเลที่ได้รับผลกระทบแยกตามชนิดของผลกระทบจากขยะทะเล

จำนวนสัตว์ทะเลที่ได้รับผลกระทบแยกตามชนิดของผลกระทบจากขยะทะเล
 

          นอกจากนี้ ในปี 2562 ได้มีการศึกษาวิจัยไมโครพลาสติก โดยได้ดำเนินการศึกษาชนิดและปริมาณไมโครพลาสติกที่ตกค้างในน้ำและตะกอนดินทะเลอ่าวไทยและอันดามัน โดยศึกษาชนิดและปริมาณไมโครพลาสติกที่ตกค้างในตะกอนทรายชายหาด 21 แห่ง 26 สถานี เก็บตัวอย่างปีละ 2 ครั้ง ในฤดูแล้งและฤดูฝน และดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลไมโครพลาสติกด้วย Fourier-trans infrared spectroscopy (FT-IR) ที่ wavenumber 600-4,000 cm-1 สรุปผลการศึกษาได้ดังนี้ ในตะกอนทรายชายหาดมีไมโครพลาสติกหนาแน่นเฉลี่ย 19-2,102 ชิ้นต่อตารางเมตร ในฤดูแล้ง และ 0–1,052 ชิ้นต่อตารางเมตรในฤดูฝน สถานีที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรกในฤดูฝน ได้แก่หาดทรายรี (สวี) จ.ชุมพร อ่าวมะนาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเกาะมันใน จ. ระยอง ตามลำดับ ฤดูร้อน 3 อันดับแรก ได้แก่ หาดชะอำ-เหนือ จ.เพชรบุรี หาดตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส และหาดขาม จ.ชลบุรี ตามลำดับ ทั้งนี้ชนิดของไมโครพลาสติกที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่ Polyethylene, PET, Polystyrene, Polypropylene ซึ่งเป็นชนิดที่นำมาใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
 

การเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างและลักษณะเส้นใยไมโครพลาสติกเมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์

ที่มา : รายงานประจำปี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประจำปี 2562