รายละเอียดโครงการ
ความเป็นมา

          เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP 26) ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ได้กล่าว ถ้อยแถลงยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ภายในหรือ ก่อนปี ค.ศ. 2065 นอกจากนี้เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการ ปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2565) แผนแม่บทรองรับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2573 และนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม รวมถึงแผนการปฏิบัติราชการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ให้ความสำคัญในการ สนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการเติบโตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ผลักดันให้ทุกภาคส่วนร่วมแก้ไข ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งเร่งฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ซึ่งการจะลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้องมีแรงจูงใจ ให้ทุกภาคส่วนร่วมดำเนินการ มีการใช้เครื่องมือทางการตลาด คือ ตลาดคาร์บอน สำหรับซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อเป็นแรงจูงใจให้มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งยังนำไปใช้ในการรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ใช้แลกเปลี่ยนระหว่าง Credit holders ใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศ ซึ่งมีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) เป็นหน่วยงานกลางในการประสาน ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์การระหว่างประเทศ โดยประเทศไทยจัดอยู่ ในกลุ่ม Annex III หรือภาคความสมัครใจในการดำเนินงานดังกล่าว อบก. ได้พัฒนามาตรฐานการดำเนิน โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER) ตามแนวทางมาตรฐานสากลประกอบด้วย 9 ระเบียบวิธีการ ได้แก่
          1. การปลูกป่าอย่างยั่งยืน (Sustainable Forestation) (T-VER-METH-FOR-01)
          2. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าและการเพิ่มพูน การกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าในระดับโครงการ Reducing Emission from Deforestation and Forest Degradation and Enhancing Carbon Sequestration in Forest Area Project Level P-REDD+ (T-VER-METH-FOR-02)
          3. การปลูกป่าอย่างยั่งยืน โครงการขนาดใหญ่ (Large Scale Sustainable Forestation Project) (T-VER-METH-FOR-03)
          4. สวนไม้เศรษฐกิจโตเร็ว (Economic Fast Growing Tree Plantation) (T-VER-METH-FOR-04)
          5. กิจกรรมการปลูกป่า (ยกเว้นพื้นที่ชุ่มน้ำ) (Afforestation/Reforestation of lands except wetlands) (T-VER-METH-13-01)
          6. กิจกรรมการปลูกป่าชายเลน (Afforestation/Reforestation of degraded mangrove habitats) (T-VER-METH-13-02)
          7. กิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่า และการ เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าในระดับโครงการ (ไม่รวมพื้นที่ชุ่มน้ำ) (Reducing Emissions from Deforestation and Forest Degradation and Enhancing Carbon Sequestration in Forest) (T-VERMETH-13-03)
          8. กิจกรรมการฟื้นฟูป่าชายเลนและหญ้าทะเล (Mangrove and Seagrass Restoration) (T-VERMETH-13-04)
          9. กิจกรรมการปรับปรุงการจัดการป่าไม้ (Improved Forest Management) (TVER-METH-13-05)

          ประกอบกับที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ได้รับทราบหลักการแบ่งปริมาณคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER ด้านป่าไม้และพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ของรัฐ ที่ได้ขึ้นทะเบียนโครงการกับ อบก. ในสัดส่วนร้อยละ 90 สำหรับผู้พัฒนาโครงการ และร้อยละ 10 สำหรับ หน่วยงานรัฐเจ้าของพื้นที่ หรือตามที่ตกลงกัน

          กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทรัพยากร ป่าชายเลนให้คงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ จึงได้ออกระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยการปลูก และบำรุงป่าชายเลน พ.ศ. 2564 ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอน เครดิตที่ได้จากการปลูกและบำรุงป่าชายเลน สำหรับบุคคลภายนอก พ.ศ. 2565 ระเบียบกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตที่ได้จากการปลูกและบำรุงป่าชายเลน สำหรับชุมชน พ.ศ. 2565 และได้จัดทำคู่มือการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต พ.ศ. 2565 เพื่อเป็น เครื่องมือสนับสนุนการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ในพื้นที่ ความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ดำเนินการร่วมกับบุคคลภายนอกและชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนชายฝั่ง (ผู้พัฒนาโครงการ) ที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐาน ของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER) โดยมีองค์การบริหารจัดการ ก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรืออบก. เป็นผู้ให้คำแนะนำและรับผิดชอบในการประเมินคาร์บอนเครดิต จากการดำเนินโครงการ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมและจูงใจให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ ลดก๊าซเรือนกระจกอย่างสมัครใจ และส่งเสริมให้มีการปรับตัวเพื่อมุ่งสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) อันเป็นการรองรับภารกิจข้อตกลงในการมีส่วนร่วมและมีเป้าหมายในการลดก๊าซ เรือนกระจกในอนาคต อีกทั้งเป็นการช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกหรือเสื่อมโทรมให้กลับคืน สภาพเป็นป่าชายเลนที่มีระบบนิเวศที่มีความอุดมสมบูรณ์ในระยะเวลาอันสั้น โดยลดการพึ่งพางบประมาณ จากภาครัฐในการดำเนินโครงการ