ป่าในเมือง แหล่งท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศป่าชายเลนเขาขนาบน้ำ (จังหวัดกระบี่) ป่าในเมือง แหล่งท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศป่าชายเลนเขาขนาบน้ำ (จังหวัดกระบี่)
1,348 view

ความสำคัญชองพื้นที่
          สภาพพื้นที่มีน้ำทะเลท่วมถึง สภาพดินเป็นดินเลนปนทราย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกระบี่ ติดผืนป่าชายเลนป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองกระบี่ใหญ่ และป่าคลองเหนือคลองใกล้เขาขนาบน้ำที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ มีภูเขาหินปูน ถ้ำกะโหลก หินงอกหินย้อย และพันธุ์ไม้ป่าชายเลนหลายชนิด เช่น โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก ถั่วขาวตะบูนขาว ตะบูนดำ โปรงแดง โปรงขาว พังกาหัวสุมดอกแดง ตาตุ่มทะเล แสมดำแสมขาว แสมทะเล เล็บมือนาง จาก ลำพูทะเล และหงอนไก่ทะเล ฯลฯ
          พื้นที่เป็นบริเวณป่าชายเลน ในด้านนิเวศวิทยา ป่าชายเลนจะเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน แหล่งที่อยู่อาศัย การสืบพันธุ์ วางไข่และหลบภัยของสัตว์น้ำและสัตว์บก เป็นแหล่งธาตุอาหารพืชและสัตว์และอินทรียวัตถุที่สำคัญ เป็นแหล่งเก็บกักตะกอน และกลั่นกรองความสกปรกที่มีจากพื้นที่บก ซึ่งถูกพัดพาจากทะเล เป็นแนวเปลี่ยนและแนวกันชนระหว่างบกกับทะเล ช่วยสร้างสมดุลของสภาวะอากาศ และลดความรุนแรงของปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางขบวนการตามธรรมชาติ ช่วยรักษามวลดิน และมวลทรายมิให้ถูกพัดพาออกจากขอบฝั่งและริมตลิ่ง ช่วยเพิ่มพื้นที่ขอบฝั่งและริมตลิ่ง เนื่องจากการงอกของพื้นดินช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวดินและส่งเสริมกิจกรรมของจุลินทรีย์ ตลอดจนถึงเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสูง ความสำคัญต่อด้านเศรษฐกิจได้แก่ให้ผลผลิตทางการประมง การเพาะเลี้ยงชายฝั่ง การเก็บของป่า การเผาถ่าน ให้ผลผลิตการผลิตสารสกัดจากพันธุ์ไม้ ให้ผลผลิตยารักษาโรค ลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการป้องกันชายฝั่งรายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่มีคุณค่ามหาศาล และมีความสำคัญต่อมนุษย์หลายรูปแบบถือเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำ เป็นต้น กำเนิดจากการสลายตัวของอินทรียวัตถุ ในบริเวณป่าชายเลน ป่าชายเลนยังเป็นแหล่งที่ตัวอ่อนของสัตว์น้ำพวก กุ้ง หอย ปู ปลา เข้ามาอาศัยร่มเงาและหาอาหาร ป่าชายเลนจึงเป็นแหล่งอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์น้ำ ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศทะเลไทยมากที่สุด พื้นที่อยู่ในบริเวณเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ จำนวน 180 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ “ป่า” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และอยู่ในเขตอนุรักษ์ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี และเป็น “ป่า” ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507 ให้เป็นป่าในเมือง ตามนโยบาย “สวนป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐเพื่อความสุขของคนไทย”

ที่ตั้งโครงการ
          บริเวณเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

หลักการและเหตุผล
          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำโครงการป่าในเมือง เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่า โดยประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยตรง และร่วมกันรักษาไว้ได้อย่างยั่งยืน อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงได้มีข้อสั่งการเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2560 ให้สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งที่ ในพื้นที่ สำรวจคัดเลือกพื้นที่เพื่อจัดทำโครงการป่าในเมืองในพื้นที่รับผิดชอบโดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ดำเนินโครงการร่วมกัน สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 26 (เมือง กระบี่) จึงได้กำหนดพื้นที่จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น

          ดังนั้น เพื่อสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคราชการ ท้องถิ่น เอกชนและประชาชนในการสงวนอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และพัฒนาให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเป็นการบริหารจัดการ อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาพื้นที่ป่าชายเลน บริเวณเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่  จำนวน 180 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ “ป่า” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และอยู่ในเขตอนุรักษ์ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี และเป็น “ป่า” ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507 ให้เป็นป่าในเมือง ตามนโยบาย “สวนป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐเพื่อความสุขของคนไทย” สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 26 (เมืองกระบี่) สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 จึงได้จัดทำโครงการป่าในเมืองจังหวัดกระบี่
ทรัพยากรในพื้นที่

          ป่าชายเลนหรือที่คนทั่วไปรู้จักกันว่า “ป่าโกงกาง” ซึ่งโกงกางเป็นพันธุ์ไม้หลายชนิดหลายตระกูล และมีพวกที่เป็นใบเขียวตลอดปีขึ้นอยู่ตามชายฝั่งทะเลที่มีน้ำขึ้นสูงสุดและที่ลงต่ำสุด  ระบบนิเวศป่าชายเลนประกอบสำคัญ 2 ส่วน คือ องค์ประกอบส่วนที่เป็นโครงสร้างระบบนิเวศและส่วนที่เป็นหน้าที่หรือกิจกรรมของระบบนิเวศ
          ความสำคัญของป่าชายเลน คือ เป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ได้แก่ เป็นที่รวมพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น โกงกาง แสม เสม็ด ถั่วขาว โปรงหนู โปรงทะเล โปรงขาว โปรงแดง หยีทะเล เป้งทะเล ลำพูลำแพน ฝาดดอกแดง พังกาหัวสุมดอกแดง ฯลฯ มีสาหร่ายซึ่งอยู่อาศัยบริเวณลำต้น รากหรือรากอากาศของไม้ป่าชายเลน เป็นสาหร่ายสีแดง สาหร่ายที่อาศัยบริเวณโคลนเป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินและสาหร่ายสีน้ำตาลบางสกุล
          ที่สำคัญคือจะเป็นแหล่งที่มีประชากรสัตว์น้ำเป็นจำนวนมาก มีปลา 4 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ปลาที่อาศัยอยู่ประจำ ปลาที่อาศัยอยู่ชั่วคราว ปลาที่มากับกระแสน้ำ และปลาที่พบในบางฤดูกาล ตัวอย่างเช่น ปลากระบอก ปลากะรัง ปลากะพง ปลานวลจันทร์ และปลาตีน เป็นต้น มีกุ้งประมาณ 15 ชนิด ตัวอย่างเช่น กุ้งก้ามกรามและกุ้งน้ำจืด กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ มีปู 54 ชนิด ตัวอย่างเช่น ปูแสม ปูก้ามดาบ ปูดำ มีหอยมากกว่า 20 ชนิด ตัวอย่างเช่น หอยนางรม หอยเจาะ หอยดำ หอยขี้นกและหอยขี้กา เป็นต้น มีนกประมาณ 88 ชนิด  ทั้งนก อพยพและนกท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น นกยางควาย นกยางกรอก นกเหยี่ยว นกหัวโต มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม 35 ชนิด ตัวอย่างเช่น ค้างคาว ลิงกัง นาก แมวป่า มีสัตว์เลื้อยคลาน ประมาณ 25 ชนิด ตัวอย่างเช่น งู กิ้งก่า เต่า จระเข้ รวมทั้งมีแมลง 38 ชนิด
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
          1. เพื่อเป็นการสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนให้คงความสมบูรณ์
          2. เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ และท่องเที่ยวเชิงนิเวศทรัพยากรป่าชายเลน
          3. เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน และประชาชน แบบประชารัฐในการบริหารจัดการป่าชายเลนในเมืองให้เกิดความสมบูรณ์และยั่งยืน

การพัฒนาและส่งเสริมพื้นที่ป่าชายเลน
          1. เร่งรัดพัฒนา และส่งเสริมความร่วมมือของประชาชนในท้องถิ่น ในด้านการอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลน ด้วยวิธีการให้ความรู้ ความ เข้าใจ ที่จะก่อให้เกิดจิตสำนึกและเห็นความจำเป็นในการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลน โดยรัฐควรให้สิทธิและความมั่นคงรวมทั้งสิ่งจูงใจ ในประโยชน์ที่ประชาชนเหล่านี้ จะได้รับจากการคุ้มครองป้องกันและฟื้นฟูดูแลรักษาป่าชายเลน รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการ และความช่วยเหลือทางด้านอื่น ๆ ที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เสริมสร้างศักยภาพของประชาชน ในการจัดการ บริหารป่าชายเลน ต่อไป
          2. ส่งเสริม และสนับสนุน ให้มีการปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในที่ดินของรัฐและที่ดินเอกชน โดยให้มีการขยายพันธุ์ไม้ป่าชายเลนที่มีความหลากหลาย ทั้งชนิดที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและชนิดที่หายากหรือใกล้จะสูญพันธุ์ เพื่อดำรงความอุดมสมบูรณ์ของ ป่าชายเลน และความหลากหลายทางชีวภาพไปด้วย
          3. ปรับปรุงระบบการอนุรักษ์ และป้องกันรักษาป่าชายเลน ให้มีการร่วมมือและประสานงานระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบมากยิ่งขึ้น และให้มีการพัฒนาและปรับปรุงบทบาทของเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าและหน่วยจัดการป่าชายเลน จากการป้องกันปราบปราม และการควบคุมการทำไม้ มาเป็นนักส่งเสริมและพัฒนาป่าชายเลนมากขึ้น
          4. ส่งเสริมความร่วมมือกับนานาชาติ และองค์กรระหว่างประเทศ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพิ่มบทบาท ของประเทศไทยในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการศึกษาวิจัย การฝึกอบรม ตลอดจนการประชุมสัมมนา ที่เกี่ยวข้องกับการ อนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนแบบยั่งยืน

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง