ความสำคัญพื้นที่ ความสำคัญพื้นที่
561 view

ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าชายเลน
          จังหวัดระยองมีพื้นที่ป่าชายเลนประมาณ 10,190.83 ไร่ (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 2557) จากการสำรวจสังคมพืชป่าชายเลนพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั้งสิ้น 8 วงศ์ 11 สกุล 20 ชนิด มีความหนาแน่นรวมของต้นไม้เท่ากับ 235.05 ต้นต่อไร่พันธุ์ไม้ที่พบมากที่สุดอยู่ในวงศ์ Rhizophoraceae ชนิดที่มีความหนาแน่นเฉลี่ยมากที่สุดคือโกงกางใบเล็ก เท่ากับ 87.25 ต้นต่อไร่ รองลงมาคือ ฝาดดอกขาว และโปรงแดง มีความหนาแน่นเฉลี่ยเท่ากับ 44.32 และ 41.30 ต้นต่อไร่ ตามลำดับ ปริมาตรของต้นไม้รวมเท่ากับ15.24 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ชนิดที่มีปริมาตรไม้เฉลี่ยมากที่สุดคือ โกงกางใบเล็ก เท่ากับ 7.85 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ รองลงมาคือ แสมขาว และโกงกางใบใหญ่ มีปริมาตรไม้เฉลี่ยเท่ากับ 1.18 และ1.11 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ตามลำดับ ความโตทางเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระดับอกเฉลี่ย (DBH) เท่ากับ 11.99 เซนติเมตร และความสูงเฉลี่ย (H) เท่ากับ 8.31เมตร
          ค่าดัชนีความความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ (Shannon-Wiener diversity index ; H’) เท่ากับ 1.98 แสดงให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้มีพันธุ์ไม้ที่มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ค่อนข้างสูง ซึ่งส่วนมากแล้วจะมีค่าระหว่าง 1.5-3.5 และน้อยครั้ง   ที่มีค่ามากกว่า 4.5 ค่าความชุกชุมทางชนิดพันธุ์ของมาร์กาเรฟ (Margalef’sindex;d) เท่ากับ 1.69 และค่าดัชนีความสม่ำเสมอทางชนิดพันธุ์ของพีลู (Pielou’sevenness;J’) เท่ากับ 0.73 โดยค่าความสม่ำเสมอจะลดลงเมื่อความสัมพันธ์ของ
          การกระจายของแต่ละชนิดในสังคมแตกต่างกัน ซึ่งค่าการกระจายของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่จะมีค่าอยู่ในช่วง 0-1 ชนิดพันธุ์ที่มีค่าดัชนีความสำคัญ (Important Value Index ; IVI) มากที่สุด คือ โกงกางใบเล็ก มีค่าเท่ากับ 110.20 รองลงมา คือ ฝาดดอกขาว และโปรงแดง มีค่าเท่ากับ 37.66 และ 34.42 ตามลำดับ
          นอกจากนี้ยังมีการสำรวจลูกไม้ (Seedling) และไม้หนุ่ม (Sapling) ในพื้นที่ พบลูกไม้จำนวน 14 ชนิด เช่น โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ ตะบูนขาว ตาตุ่มทะเล หงอนไก่ทะเล และหลุมพอทะเล เป็นต้น มีความหนาแน่นรวมเท่ากับ 2,439.25 ต้นต่อไร่ ชนิดที่มีความหนาแน่นเฉลี่ยมากที่สุดคือ โปรงแดง เท่ากับ 1,515.47 ต้นต่อไร่ รองลงมาคือ โกงกางใบเล็ก และแสมขาว มีความหนาแน่นเฉลี่ยเท่ากับ 301.89 และ 181.13ต้นต่อไร่ ตามลำดับ ส่วนไม้หนุ่มพบจำนวน 18 ชนิด เช่น  ปอทะเล โปรงแดง ฝาดดอกขาว ฝาดดอกแดง พังกา-ถั่วขาว และหลุมพอทะเล เป็นต้น มีความหนาแน่นเฉลี่ยเท่ากับ  338.49 ต้นต่อไร่ ชนิดที่มีความหนาแน่นเฉลี่ยมากที่สุดคือ โปรงแดง เท่ากับ 124.91 ต้นต่อไร่ รองลงมาคือ โกงกางใบเล็ก และตาตุ่มทะเล มีความหนาแน่นเท่ากับ 112.83 และ 21.51ต้นต่อไร่ ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าการเจริญทดแทนตามธรรมชาติของลูกไม้ที่จะพัฒนาไปเป็นไม้หนุ่มค่อนข้างสูง และจากการสำรวจยังพบพันธุ์ไม้อื่นๆ ได้แก่ ขลู่ โคลงเคลงขน นกนอนทะเล เป้ง ปรงทะเล และหวายลิง ซึ่งเป็นไม้พื้นล่างกระจายอยู่ในพื้นที่ รายละเอียดแสดงในตารางที่ 2

พันธุ์ไม้ป่าชายเลนแต่ละชนิดที่พบในจังหวัดระยอง

ชนิดพันธุ์ และความหนาแน่น ของลูกไม้และไม้หนุ่มที่พบในจังหวัดระยอง

ผลผลิตมวลชีวภาพและการกักเก็บคาร์บอนในป่าชายเลนจังหวัดระยอง

               มวลชีวภาพป่าชายเลนจังหวัดระยอง บริเวณอำเภอแกลง ซึ่งอยู่ในกลุ่มป่าชายเลนปากน้ำปะแสร์ พังราด จากการประเมินพบว่ามีมวลชีวภาพทั้งหมดเท่ากับ 44.561 ตันต่อไร่ โดยแบ่งเป็น มวลชีวภาพเหนือดินเท่ากับ 31.578ตันต่อไร่และมวลชีวภาพใต้ดินเท่ากับ 12.983 ตันต่อไร่
          มวลชีวภาพเหนือดินทั้งหมด พบว่า มีมวลชีวภาพลำต้นมากที่สุด 11.767 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ มวลชีวภาพใบ 11.582 ตันต่อไร่มวลชีวภาพกิ่ง 5.008 ตันต่อไร่และมวลชีวภาพรากเหนือดิน 3.222 ตันต่อไร่ตามลำดับโดยโกงกางใบเล็ก เป็นชนิดพันธุ์ที่มีมวลชีวภาพมากที่สุดเท่ากับ 13.298ตันต่อไร่ รองลงมาคือ พังกาหัวสุมดอกแดงและโกงกางใบใหญ่ มีมวลชีวภาพเท่ากับ10.364 และ1.484 ตันต่อไร่
          สำหรับมวลชีวภาพใต้ดินพบว่า มีการกระจายอยู่ในชั้นดินที่ความลึกต่างๆ โดยสะสมอยู่ในชั้นดินที่มีความลึก 0-10 เซนติเมตรมากที่สุดเท่ากับ4.543 ตันต่อไร่รองลงมาอยู่ที่ชั้นความลึก 10-20, 20-30และ 30-40 เซนติเมตร มีมวลชีวภาพเท่ากับ3.682, 2.239และ 0.871ตันต่อไร่ ตามลำดับและเมื่อแบ่งตามขนาดรากพบว่า รากขนาด 0-5 มิลลิเมตร มีมวลชีวภาพมากที่สุดเท่ากับ 6.250ตันต่อไร่ รองลงมาคือ รากขนาดมากกว่า10 มิลลิเมตร และ 5-10 มิลลิเมตร มีมวลชีวภาพเท่ากับ5.263 และ 1.471ตันต่อไร่
          การสะสมคาร์บอนในป่าชายเลน พบว่า คาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพ (ในรูปสารประกอบคาร์บอน) ทั้งหมดเท่ากับ 20.963 ตันต่อไร่ โดยแบ่งเป็น คาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพเหนือดินเท่ากับ 14.861 ตันต่อไร่ และคาร์บอน ที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพใต้ดินเท่ากับ 6.102 ตันต่อไร่
          คาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพเหนือดินสะสมอยู่ในลำต้นมากที่สุด 5.561 ตันต่อไร่ รองลงมาคือ สะสมอยูในใบ5.468 ตันต่อไร่ สะสมอยู่ในกิ่ง 2.318 ตันต่อไร่และสะสมอยู่ในรากเหนือดิน 1.515 ตันต่อไร่ ตามลำดับและเมื่อนำมาประเมินร่วมกับพื้นที่ป่าชายเลน พบว่า ป่าชายเลนจังหวัดระยอง มีการกักเก็บคาร์บอนเท่ากับ 0.284 ล้านตันคาร์บอน

ผลผลิตมวลชีวภาพเหนือดินของต้นไม้ป่าชายเลนจังหวัดระยอง

ผลผลิตมวลชีวภาพใต้ดินตามชั้นความลึกของดินและตามขนาดราก จังหวัดระยอง

ตัวอย่างพันธุ์ไม้ป่าชายเลนสำรวจพบ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง