การทำประมง การทำประมง
840 view

          จำนวนและประเภทของเรือที่ใช้ทำประมง ผู้ตอบแบบสอบถามใช้เรือทำประมงเป็นอาชีพหลักจำนวน 178 ราย และใช้เรือทำประมงเป็นอาชีพเสริมจำนวน 24 ราย ในจำนวนผู้ทำประมงเป็นอาชีพหลักมี 5 รายที่มีเรือ 2 ลำ และมี 1 รายที่ทำประมงเป็นอาชีพเสริมมีเรือ 2 ลำ รวมจำนวนเรือประมงในการสำรวจครั้งนี้ทั้งสิ้น 208 ลำ ประเภทและขนาดของเรือประมง พบว่าเรือที่ใช้ทำประมงส่วนใหญ่เป็นเรือไม้ เครื่องยนต์ในเรือร้อยละ 74 ซึ่งพบในทุกอำเภอ รองลงมาเป็นเรือไม้เครื่องยนต์นอกเรือ (เรือหางยาว) ร้อยละ 23.1 และเรือประเภทอื่น ๆ ได้แก่ เรือไฟเบอร์เครื่องยนต์ในเรือ เรือไฟเบอร์เครื่องยนต์นอกเรือ เรือเหล็กเครื่องยนต์นอกเรือ และเรือไม้ไม่มีเครื่องรวมร้อยละ 2.9 ความยาวเรือจำแนกตามนิยามของศูนย์สารสนเทศกรมประมง (กรมประมง, 2559) พบว่าเรือส่วนใหญ่เป็นเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กที่มีความยาวน้อยกว่า 14 เมตร จำนวน 206 ลำ ประกอบด้วยเรือไม้เครื่องยนต์ในเรือความยาวระหว่าง 2.0-11.5 เมตร (ความยาวเฉลี่ย 6.8 เมตร) เรือไม้เครื่องยนต์นอกเรือ (เรือหางยาว) มีความยาวระหว่าง 3.2-7.8 (ความยาวเฉลี่ย 6.7 เมตร) และเรือประเภทอื่น ๆ ความยาวระหว่าง 3.0-6.5 เมตร (ความยาวเฉลี่ย 4.9 เมตร) ส่วนเรือที่มีความยาวมากกว่า 14 เมตร มีจำนวน 2 ลำ เป็นเรืออวนครอบหมึกความยาว 22.0 เมตร และเรืออวนปลา (อวนติดตา) ความยาว 17.0 เมตร
เครื่องมือประมงแต่ละชนิด
          อัตราจับสัตว์น้ำ (กิโลกรัมต่อเที่ยว) จำนวนเที่ยวเรือ (เที่ยวต่อเดือน) และอัตราการลงแรงประมง (กิโลกรัมต่อหน่วยประมง) ของเครื่องมือแต่ละประเภทในสองช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากและช่วงที่จับสัตว์น้ำได้น้อย จำแนกข้อมูลโดยพื้นที่ทำประมงของเครื่องมือที่ระยะห่างจากชายฝั่งไม่เกิน 10 กิโลเมตร และระยะห่างจากชายฝั่งมากกว่า 10 กิโลเมตร และช่วงเวลาที่จับสัตว์น้ำได้มาก ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้
          อวนปู (อวนจมปู) มีผู้ทำประมงอวนจมปูจำนวน 100 ราย ส่วนใหญ่ทำประมงในพื้นที่ไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากชายฝั่ง (90 ราย) มีอัตราจับสัตว์น้ำเฉลี่ยในช่วงเวลาที่จับสัตว์น้ำได้มาก 25.1 กิโลกรัมต่อเที่ยว และ 3.2 กิโลกรัมต่อเที่ยวในช่วงที่จับสัตว์น้ำได้น้อย มีจำนวนเที่ยวเรือทำประมงเฉลี่ย 23.8 เที่ยวต่อเดือน มีจำนวนเครื่องมือประมง (จำนวนผืนอวน) ระหว่าง 3-300 ผืน คิดเป็นจำนวนเฉลี่ย 34.5 ผืนต่อเที่ยว และมีอัตราลงแรงประมงเท่ากับ 1.29 กิโลกรัมต่อผืน อวนจมปูมีการทำประมงตลอดทั้งปี โดยมีช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน
          อวนปลา (อวนติดตา, อวนล้อมติด) เครื่องมืออวนปลา (อวนติดตา) เป็นเครื่องมือที่สามารถแบ่งประเภทของอวนได้ตามประเภทของสัตว์น้ำเป้าหมาย พบว่าอวนติดตาที่มีสัตว์น้ำเป้าหมายเป็นปลาผิวน้ำหลายชนิด มีผู้ทำประมง 11 ราย ส่วนใหญ่ (8 ราย) ทำประมงในพื้นที่ไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากชายฝั่ง ในช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากมีอัตราจับสัตว์น้ำเฉลี่ย 80.6 กิโลกรัมต่อเที่ยว มีจำนวนเที่ยวเรือทำประมงเฉลี่ย 20.6 เที่ยวต่อเดือน มีจำนวนเครื่องมือประมง (จำนวนผืนอวน) เฉลี่ย 6.3 ผืนต่อเที่ยว คิดเป็นอัตราลงแรงประมงเท่ากับ 12.61 กิโลกรัมต่อผืน อวนปลาหลังเขียวมีผู้ทำประมงจำนวน 4 ราย ทั้งหมดทำประมงอยู่ในพื้นที่ไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากชายฝั่ง ในช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากมีอัตราจับเฉลี่ยในช่วงจับสัตว์น้ำได้มากถึง 775 กิโลกรัมต่อเที่ยว มีจำนวนเที่ยวเรือทำประมงเฉลี่ย 27.5 เที่ยวต่อเดือน มีจำนวนเครื่องมือประมง (จำนวนผืนอวน) เฉลี่ย 12 ผืนต่อเที่ยว คิดเป็นอัตราลงแรงประมงเท่ากับ 66.07 กิโลกรัมต่อผืน
          อวนปลาทู มีผู้ทำประมงจำนวนทั้งสิ้น 5 ราย โดยมี 2 รายทำประมงห่างจากชายฝั่งมากกว่า 10 กิโลเมตร ในช่วงจับสัตว์น้ำได้มากมีอัตราจับเฉลี่ย 200 กิโลกรัมต่อเที่ยว มีจำนวนเที่ยวเรือทำประมงเฉลี่ย 27.0 เที่ยวต่อเดือน มีจำนวนเครื่องมือประมง (จำนวนผืนอวน) เฉลี่ย 12 ผืนต่อเที่ยว คิดเป็นอัตราลงแรงประมงเท่ากับ 15.71 กิโลกรัมต่อผืน
          อวนปลากระบอก มีผู้ทำประมง 2 ราย ทำประมงห่างจากชายฝั่งไม่เกิน 10 กิโลเมตร ในช่วงจับสัตว์น้ำได้มากมีอัตราจับ 30 กิโลกรัมต่อเที่ยว มีจำนวนเที่ยวเรือทำประมง 22.5 เที่ยวต่อเดือน มีจำนวน เครื่องมือประมง (จำนวนผืนอวน) 51.5 ผืนต่อเที่ยว คิดเป็นอัตราลงแรงประมงเท่ากับ 8.38 กิโลกรัมต่อผืน
          อวนล้อมติดปลาทูและปลาหลังเขียว มีผู้ทำประมงเพียง 1 ราย ทำประมงห่างจากชายฝั่งไม่เกิน 10 กิโลเมตร ในช่วงจับสัตว์น้ำได้มากมีอัตราจับ 300 กิโลกรัมต่อเที่ยว มีจำนวนเที่ยวเรือทำประมง 20 เที่ยวต่อเดือน มีจำนวนเครื่องมือประมง (จำนวนผืนอวน) 5 ผืนต่อเที่ยว คิดเป็นอัตราลงแรงประมงเท่ากับ 60 กิโลกรัมต่อผืน
          อวนปลา (อวนติดตา) มีการทำประมงตลอดทั้งปี โดยอวนปลาหลังเขียวมีช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มาก ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเมษายน และอวนปลาทูมีช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคม
          ลอบปู มีผู้ทำประมงลอบปูจำนวน 18 ราย ส่วนใหญ่ทำประมงในพื้นที่ไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากชายฝั่ง (17 ราย) โดยมีอัตราจับสัตว์น้ำเฉลี่ยในช่วงเวลาที่จับสัตว์น้ำได้มาก 22.4 กิโลกรัมต่อเที่ยวและ 5.3 กิโลกรัมต่อเที่ยวในช่วงที่จับสัตว์น้ำได้น้อย ในช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากมีจำนวนเที่ยวเรือทำประมงเฉลี่ย 21.7 เที่ยวต่อเดือน จำนวนเครื่องมือประมง (จำนวนลอบ) ระหว่าง 50-1,000 ลูก คิดเป็นจำนวนเฉลี่ย 356.7 ลูกต่อเที่ยว มีอัตราลงแรงประมงเท่ากับ 0.08 กิโลกรัมต่อลูก ลอบปูมีการทำประมงเกือบตลอดทั้งปี (ยกเว้นเดือนกรกฎาคม) มีสัตว์น้ำเป้าหมายหลักคือปูม้าโดยมีช่วงที่จับได้มากตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม
          ลอบหมึก ผู้ทำประมงลอบหมึกทั้งหมด 13 ราย ส่วนใหญ่ (10 ราย) ทำประมงในพื้นที่ห่างจากชายฝั่งมากกว่า 10 กิโลเมตร มีสัตว์น้ำเป้าหมายคือหมึกหอมและหมึกกระดอง ในช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากมีอัตราจับเฉลี่ยในช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากเท่ากับ 48.2 กิโลกรัมต่อเที่ยว มีจำนวนเที่ยวเรือทำประมงเฉลี่ย 18.4 เที่ยวต่อเดือน มีจำนวนเครื่องมือประมง (จำนวนลอบ) ระหว่าง 20-300 ลูก คิดเป็นจำนวนเฉลี่ย 115.5 ลูกต่อเที่ยว อัตราลงแรงประมงเท่ากับ 1.09 กิโลกรัมต่อลูก ลอบหมึกมีช่วงที่จับได้มากตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม
          เบ็ด เครื่องมือเบ็ด เป็นเครื่องมือที่สามารถจับสัตว์น้ำได้หลายชนิด ได้แก่ ปลา หมึกกล้วย หมึกหอม และกุ้ง มีวิธีการจับสัตว์น้ำทั้ง เบ็ดตก เบ็ดลาก และเบ็ดราว โดยพบว่ามีผู้ทำประมงด้วยเครื่องมือเบ็ด ตกและเบ็ดลากเป็นเครื่องมือหลัก (เครื่องมือชนิดที่ 1) ส่วนใหญ่จำนวน 19 รายทำประมงในพื้นที่ไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากชายฝั่ง ในช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากมีอัตราจับสัตว์น้ำระหว่าง 13-18 กิโลกรัมต่อเที่ยว มีจำนวนเที่ยวเรือทำประมงเฉลี่ย 11.3-12.8 เที่ยวต่อเดือน มีจำนวนเครื่องมือประมง (จำนวนคันเบ็ด) เฉลี่ย 2.0-5.5 คันต่อเที่ยว คิดเป็นอัตราลงแรงประมงเท่ากับ 3.82-7.50 กิโลกรัมต่อคัน ผู้ทำประมงเบ็ดราวจำนวน 2 รายทำประมงในเขตมากกว่า 10 กิโลเมตรจากชายฝั่ง ในช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากมีอัตราจับสัตว์น้ำ 105.0 กิโลกรัมต่อเที่ยว มีจำนวนเที่ยวเรือทำประมงเฉลี่ย 1.9 เที่ยวต่อเดือน มีจำนวนเครื่องมือประมง (จำนวนตัวเบ็ด) เฉลี่ย 110.0 ตัวต่อเที่ยว คิดเป็นอัตราลงแรงประมง เท่ากับ 0.82 กิโลกรัมต่อตัว เครื่องมือเบ็ดมีการทำประมงปลา หมึกกล้วย หมึกหอม และกุ้ง ตลอดทั้งปีแต่มีช่วงที่จับปลาและหมึกหอมได้มากตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม
          อวนกุ้ง เป็นเครื่องมือที่ผู้ทำประมงส่วนใหญ่ใช้เป็นเครื่องมือชนิดที่ 2 (เครื่องมือเสริมหรือเครื่องมือปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล) ส่วนใหญ่จำนวน 17 ราย ทำประมงในพื้นที่ไม่เกิน 10 กิโลเมตร มีสัตว์น้ำเป้าหมายคือกุ้งขาว กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ และกั้ง ในช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากมีอัตราจับเฉลี่ยเท่ากับ 26.4 กิโลกรัมต่อเที่ยว มีจำนวนเที่ยวเรือทำประมงเฉลี่ย 17.6 เที่ยวต่อเดือน มีจำนวนเครื่องมือประมง (จำนวนผืนอวน) เฉลี่ย 30.6 ผืนต่อเที่ยว อัตราลงแรงประมงเท่ากับ 1.65 กิโลกรัมต่อผืน อวนกุ้งมีช่วงที่จับได้มากตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน
          อวนรุนเคย เป็นเครื่องมือที่ผู้ทำประมงใช้เป็นครื่องมือชนิดที่ 2 (เครื่องมือเสริมหรือเครื่องมือปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล) เท่านั้น มีผู้ทำประมงอวนรุนเคยจำนวน 3 ราย ทำประมงในพื้นที่ชายฝั่ง (100-500 เมตรจากชายฝั่ง) ในช่วงที่จับสัตว์น้ำได้มากมีอัตราจับสัตว์น้ำเฉลี่ย 76.7 กิโลกรัมต่อเที่ยว จำนวนเที่ยวเรือทำประมงเฉลี่ย 21.7 เที่ยวต่อเดือน อวนรุนเคยมีช่วงที่จับได้มากตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน
          อวนลากกระพรุน เป็นเครื่องมือที่ผู้ทำประมงใช้เป็นครื่องมือชนิดที่ 2 เช่นเดียวกับอวนรุนเคย มีผู้ทำประมงจำนวน 2 ราย ทำประมงในพื้นที่ไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากชายฝั่ง มีอัตราจับกระพรุนเฉลี่ย 1,300 ตัวต่อเที่ยวในช่วงจับสัตว์น้ำได้มาก และ 500 ตัวต่อเที่ยวในช่วงจับสัตว์น้ำได้น้อย จำนวนเที่ยวเรือทำประมงเฉลี่ย 15.0-17.5 เที่ยวต่อเดือน อวนลากกระพรุนมีช่วงที่จับได้มากตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง