คุณภาพน้ำทะเล คุณภาพน้ำทะเล
492 view

          จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งรายพื้นที่ของสำนักงามสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) โดยใช้ดัชนีคุณภาพน้ำทะเล (Marine Water Quality Index: MWQI) พบว่าในการประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งระหว่างปี 2549-2556 พบว่าคุณภาพน้ำชายฝั่งปากน้ำประแสตั้งแต่ปี 2549 ถึงปี 2555 อยู่ในเกณฑ์พอใช้ (ค่าดัชนี >50-80) และพบว่าคุณภาพเปลี่ยนแปลงไปอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม (ค่าดัชนี >25-50) ในปี 2556 (สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 ชลบุรี, 2550; 2552; 2553; 2555; 2556) ในปี 2558 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้ตรวจวัดและเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ทั้งในฤดูแล้ง และฤดูฝน พบว่าสถานีที่อยู่บริเวณหมู่เกาะมันสามจุด และที่ปากน้ำประแสหนึ่งจุด มีค่าเฉลี่ยดัชนีคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ในระหว่างวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 พบคราบน้ำมันบริเวณปากแม่น้ำประแส อ.แกลง ในปริมาณ 0.01-0.04 กรัม/ตร.ม. มีสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวมในน้ำทะเลมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลของกรมควบคุมมลพิษ (0.09-0.18 ไมโครกรัมต่อลิตร) (ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก, 2559) สาเหตุที่คุณภาพนํ้าทะเลไม่เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนพารามิเตอร์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานฯ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสารอาหาร กลุ่มแบคทีเรีย และกลุ่มโลหะหนัก มีสาเหตุหลักจากมลพิษจากแผ่นดิน ซึ่งในกลุ่มของสารอาหาร เช่น แอมโมเนีย-ไนโตรเจนในรูปที่ไม่มีอิออน อาจมีสาเหตุจากการระบายจากกิจกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้า ส่วน ไนเตรท-ไนโตรเจน อาจมีสาเหตุจากการระบายจากเกษตรกรรม ในส่วนของกลุ่มแบคทีเรียสาเหตุหลักเกิดจากการระบายนํ้าทิ้งจากแหล่งชุมชน สำหรับโลหะหนัก ได้แก่ ปรอท ตะกั่ว และทองแดง อาจมีสาเหตุจากการระบายนํ้าทิ้งจากอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ และสารกำจัดศัตรูพืชอีกทั้ง กิจกรรมการเดินเรือขนส่งชายฝั่งที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดังที่เกิดเหตุการณ์ในเดือนกรกฎาคม ปี 2556 เมื่อเกิดการรั่วไหลของน้ำมันดิบจำนวนประมาณ 50-70 ตัน จากเรือบรรทุกขณะกำลังถ่ายน้ำมันดิบบริเวณทุ่นรับน้ำมันในทะเล โดยคราบน้ามันมีทิศทางการไหลผ่าน รวม 5 จุด ได้แก่ (1) บริเวณแหลมน้อยหน่า (2) บริเวณเกาะกุฎี (3) บริเวณกลางร่องปลายตีน-ปากคลองแกลง (4) บริเวณกลางร่องเกาะเสม็ด-บ้านเพ และ (5) อ่าวกิ่ว จากสถิติการรั่วไหลของน้ำมันบันทึกโดยกรมเจ้าท่าในระหว่างปี 2516-2554 พบการรั่วไหลใน เขตจังหวัดระยองทั้งสิ้น 23 ครั้ง โดยเหตุการณ์รั่วไหลครั้งใหญ่และเกิดผลกระทบในพื้นที่จังหวัดระยอง เกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2545 โดยมีปริมาณน้ำมันรั่วไหลเป็นจำนวนถึง 234 ตัน ซึ่งแม้ตำแหน่งรั่วไหลอยู่ที่บริเวณแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี แต่ผลกระทบส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่จังหวัดระยอง (สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง, 2557)

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง