ปะการัง ปะการัง
304 view

          การสำรวจสถานภาพแนวปะการังในน่านน้ำประเทศไทย ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน มีการศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรปะการังในพื้นที่เดียวกันทุก ๆ 3-4 ปี (สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน, 2555) ระหว่างปี 2537-2541 ได้มีการสำรวจและจัดทำแผนที่แสดงการแพร่กระจายและแสดงสถานภาพความสมบูรณ์ และความเสื่อมโทรมของแนวปะการังในประเทศไทย ผลการสำรวจบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกพบว่าจังหวัดระยองมีแหล่งแนวปะการังกระจายอยู่ตามชายฝั่งและหมู่เกาะต่าง ๆ เป็นพื้นที่ถึง 3,141 ไร่ (สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน, 2555) แนวปะการังบริเวณหมู่เกาะมันมีสภาพสมบูรณ์ปานกลาง แต่ในระหว่างปี 2540-2541 มีรายงานการเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวจากอุณภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ ทำให้เกิดความเสียหายกับแนวปะการังในพื้นที่ฝั่งอ่าวไทย และมีรายงานว่าแนวปะการังบริเวณหมู่เกาะมันได้รับความเสียหายโดยเฉพาะปะการังเขากวาง (สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 ชลบุรี, 2548)
          ต่อมาในระหว่างปี 2548-2550 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับกับสถาบันการศึกษากรมทรัพยากรธรณี และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ดำเนินงานภายใต้โครงการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศวิทยาหมู่เกาะมันจังหวัดระยอง ซึ่งผลการศึกษาในครั้งนี้ได้รวบรวมข้อมูลทรัพยากรทางชีวภาพของหมู่เกาะมันที่มีความสมบูรณ์และเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในอ่าวไทยฝั่งตะวันออกอีกด้วย จากรายงานการสำรวจชนิดพันธุ์ปะการังในประเทศไทยพบว่ามีประมาณ 280 ชนิด (71 สกุล จาก 18 วงศ์) (สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 2557) ขณะที่ผลการศึกษาบริเวณแนวปะการังในพื้นที่หมู่เกาะมันซึ่งเป็นระบบนิเวศที่สำคัญ รายงานพบปะการังทั้งสิ้น 98 ชนิด จาก 39 สกุล ใน 13 วงศ์ ชนิดปะการังที่พบเด่น ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังร่องสมองใหญ่ (Symphyllia spp.) ปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora) และปะการังลายดอกไม้ (Pavona decussata) แนวปะการังซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1,240 ไร่ ส่วนใหญ่มีสภาพสมบูรณ์ปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 47.7 ของพื้นที่รวม พบได้บริเวณเกาะมันในด้านตะวันตกและด้านใต้ เกาะมันกลางพบได้เกือบรอบเกาะ เกาะมันนอกพบด้านใต้และด้านเหนือบางจุดและที่หินต่อยหอยบางบริเวณ แนวปะการังสภาพเสื่อมโทรมมากคิดเป็นร้อยละ 21.6 พบที่บริเวณแนวหินต่อยหอยบางบริเวณเกาะมันในด้านตะวันออกและบริเวณคอกเต่าทะเล หินญวน และด้านเหนือของเกาะมันนอก
          เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลสำรวจในปี 2538-2541 พบว่าแนวปะการังบริเวณเกาะมันในและเกาะมันนอกมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บริเวณเกาะมันกลางมีสภาพสมบูรณ์ปานกลางไม่เปลี่ยนแปลงแต่พบว่าบริเวณหินญวนมีสภาพเสียหายเพิ่มขึ้น (ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก, 2551) การสำรวจสถานภาพแนวปะการังในระหว่างปี 2553-2554 รายงานสภาพแนวปะการังบริเวณหมู่เกาะมันพบว่าอยู่ในสภาพเสียหายมากจนถึงดีปานกลาง โดยด้านทิศตะวันตกของเกาะมันในมีสภาพเสียหาย ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้และด้านทิศตะวันออกของเกาะมันนอกมีสภาพดีปานกลางส่วนด้านทิศตะวันตกของเกาะมันกลางมีสภาพเสียหายมาก ซึ่งในปีเดียวกันได้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวในช่วงต้นปี 2553 และหลังจากปะการังฟอกขาวไปแล้ว 1 ปี แนวปะการังมีความเสียหายในเกือบทุกพื้นที่ ยกเว้นด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะมันในที่ยังคงมีสภาพคงที่คือมีสภาพดีปานกลาง (สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน, 2555)
          การสำรวจสถานภาพแนวปะการังในปี 2556-2557 พบว่าแนวปะการังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ปานกลาง โดยมีปะการังที่มีชีวิตปกคลุมพื้นที่เฉลี่ยเท่ากับ 34.8% และปะการังตาย 22.6% และเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการสำรวจหลังเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวในปี 2554 พบว่าแนวปะการังทั้งหมดอยู่ในสภาพคงที่ (สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน, 2557)
          ในช่วงฤดูร้อนของปี 2559 เกิดปะการังฟอกขาวในทะเลไทย เป็นบริเวณกว้าง วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก รายงานผลสำรวจและติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาวบริเวณหาดหน้าบ้านเกาะมันใน โดยมีระดับความลึกของพื้นที่สำรวจอยู่ที่ 4 เมตร พบปะการังฟอกขาวร้อยละ 15 ของปะการังมีชีวิต โดยปะการังที่ฟอกขาวเป็นชนิด ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังกาแล็กซี่ (Galaxea fascicularis) และปะการังวงแหวน (Favia spp.) โดยอุณหภูมิน้ำทะเลมีค่าเท่ากับ 33 องศาเซลเซียส (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 2559) ผลการสำรวจทำให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้เกาะมันในเป็น 1 ใน 7 ของบริเวณที่ อยู่ภายใต้ประกาศคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 445/2559 เรื่อง มาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรง โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 ประกอบมาตรา 3 และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ประกอบมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2545 โดยห้ามกิจกรรมของมนุษย์อันอาจซ้ำเติมให้ปะการังอ่อนแอลง หรือทำให้การฟูฟื้นตัวจากปะการังฟอกขาวทำได้ช้าลงได้แก่ ห้ามจอดเรือโดยการทิ้งสมอเรือบริเวณแนวปะการัง ห้ามทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ำเสีย มลพิษ ห้ามขุดลอกร่องน้ำในแนวปะการัง ห้ามทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดตะกอน ห้ามจับสัตว์น้ำ ห้ามให้อาหารสัตว์น้ำ ห้ามเก็บ และเหยียบย่ำปะการัง รวมทั้งเข้มงวดกับผู้ประกอบการดำน้ำมากขึ้น
          การสำรวจสถานภาพแนวปะการังในหกพื้นที่ของบริเวณหมู่เกาะมัน จังหวัดระยอง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เพื่อติดตามการฟื้นตัวของปะการัง หลังประกาศคำลั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 445/2559 เรื่อง มาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงหลังการประกาศ ในปี 2559 พบว่าบริเวณหินญวนปะการัง อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีมาก ปะการังของบริเวณหาดหน้าบ้านของเกาะมันใน และบริเวณเกาะมันนอก มีสภาพสมบูรณ์ดี และปะการังที่บริเวณหินต่อยหอย เกาะมันกลาง และหาดต้นเรียบที่เกาะมันใน อยู่ในสภาวะสมบูรณ์ปานกลาง โดยภาพรวมแล้ว สถานภาพแนวปะการังในหกพื้นที่ของบริเวณหมู่เกาะมันมีแนวโน้มคงที่ ถึงดีขึ้น
          ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา มีการสร้างปะการังเทียมขึ้นในบริเวณหมู่เกาะมัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการฟื้นฟูแนวปะการัง วัสดุที่ใช้มีทั้งการใช้วัสดุยางรถยนต์ คอนกรีตบล็อกสี่เหลี่ยม ปลอกบ่อ ท่อ คอนกรีตเสริมเหล็ก (ท่อ ค.ส.ล.) หินและไม้ จัดวางบนพื้นท้องทะเลเป็นรูปแบบต่าง ๆ ทั้งแบบหนาแน่น และแบบกระจาย (สันติ, 2531; สันติ, 2535) จากผลการติดตามการจัดสร้างปะการังเทียมในปี 2535 พบว่า มีชาวประมงที่เข้าไปใช้ประโยชน์บริเวณปะการังเทียมคิดเป็น 86.7% มีการใช้เครื่องมือทั้งหมด 6 ชนิด ได้แก่ ลอบปลา เบ็ดมือ (ประกอบด้วยเบ็ดมือ เบ็ดโง้ง และเบ็ดตกหมึกหอม) อวนล้อมปลากะตัก ลอบหมึก เบ็ดตกปลาอินทรีย์และอวนจมปูม้า (สันติ, 2535) ต่อมากรมประมงมีการทดลองใช้วัสดุคอนกรีตเสริมเหล็กแบบทรงสี่เหลี่ยมโปร่งขนาด 1.5×1.5×1.5 ม3 จัดสร้างปะการังเทียมในทะเลที่ความลึกมากกว่า 6 เมตร ซึ่งมีความเหมาะสมกว่าทั้งขนาดและน้ำหนัก อีกทั้งมีความคงทนและอายุใช้งานนานกว่าทำให้มีการเปลี่ยนมาใช้วัสดุรูปแบบดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน
          ปัจจุบันมีแหล่งปะการังเทียมที่ดำเนินการจัดสร้างโดยหน่วยงานกรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานท้องถิ่นใน จ.ระยอง ขึ้นไม่น้อยกว่า 5 แหล่งโดยรอบบริเวณหมู่เกาะมัน และในปี 2553 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้จัดทำแผนบูรณาการการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งโดยการสร้างปะการังเทียม (2553-2559) โดยความร่วมมือกับกรมประมง กองทัพเรือและกรมเจ้าท่า มีเป้าหมายหลักเพื่อการฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการัง นิเวศหญ้าทะเล ปริมาณสัตว์น้ำ ลดผลกระทบจากการท่องเที่ยวดำน้ำบริเวณแนวปะการัง ป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องมือประมงประเภททำลายล้าง และส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืน

แผนที่แสดงตำแหน่งของปะการังเทียมที่ดำเนินการจัดสร้างโดยหน่วยงาน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
กรมประมง และหน่วยงานท้องถิ่นใน จ.ระยอง

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของแนวปะการังบริเวณหมู่เกาะมันระหว่างปี พ.ศ. 2537 ถึง 2559