รายละเอียดโครงการ
สถานภาพทั่วไป

          สำหรับทรัพยากรสัตว์บก พบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 2 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 15 ชนิด กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 8 ชนิด กลุ่มนก 80 ชนิด กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 8 ชนิด และกลุ่มแมลง (ผีเสื้อ) 43 ชนิด นอกจากนี้ยังพบทรัพยากรกลุ่มเห็ดที่เป็นเห็ดราขนาดใหญ่สามารถจำแนกชนิดเบื้องต้นได้ 13 ชนิดในกลุ่มทรัพยากรในน้ำรายงานว่าพบพืชพรรณและสัตว์ทะเลมากกว่า 888 ชนิด โดยพบแพลงก์ตอนพืช และแพลงก์ตอนสัตว์ซึ่งเป็นผู้ผลิตเบื้องต้น และอยู่ในลำดับต้นของห่วงโซ่อาหารจำนวน 164 ชนิด และ 83 ชนิด ตามลำดับ พบสาหร่ายทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหาร และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนทั้งสิ้น 64ชนิด แยกเป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน 6 ชนิด สาหร่ายสีเขียว 18 ชนิด สาหร่ายสีน้ำตาล 11 ชนิด และสาหร่ายสีแดง 29 ชนิด พบฟองน้ำทั้งสิ้น 57 ชนิด โดยส่วนใหญ่เป็นฟองน้ำที่พบแพร่กระจายทั่วไปในอ่าวไทย ในจำนวนนี้มี 9 ชนิดที่พบครั้งแรกในบริเวณหมู่เกาะมันและในจำนวนนี้มี 3 ชนิด ได้แก่ ฟองน้ำแขนงสีชมพู (Desmapsamma vervoorti) ฟองน้ำเคลือบบางสีส้ม (Clathria (Microciona) aceratoobtusa) และฟองน้ำเคลือบหนามสีม่วง (Dasychalina fragilis) ที่พบเฉพาะบริเวณหมู่เกาะทะเลจังหวัดตราด ซึ่งช่วยยืนยันความเชื่อมโยงของความหลากหลายทางชีวภาพของทั้งสองพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากฟองน้ำทะเลจะมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศโดยเฉพาะการลดปริมาณตะกอนในน้ำทะเลแล้วยังอาจใช้เป็นสิ่งบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางทะเลตามฤดูกาลในบริเวณหมู่เกาะมันได้อีกด้วย
          นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบความหลากหลายของกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแนวปะการังและพื้นที่ใกล้เคียงโดยพบ กลุ่มหนอนตัวแบน (Flat worm) 6 ชนิด กลุ่มหอยทะเล 226 ชนิด แยกเป็นหอยทะเลฝาเดี่ยว 103 ชนิด และหอยทะเลสองฝา 123 ชนิด กลุ่มทากเปลือย 19 ชนิด กลุ่มเอคไคโนเดิร์ม 29 ชนิด ซึ่งชนิดที่พบส่วนมากเป็นชนิดที่มีการแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในอ่าวไทย ประกอบด้วย ดาวขนนก 1 ชนิด ดาวทะเล 2 ชนิด ดาวเปราะ 4 ชนิด เม่นทะเล เหรียญทะเล และเม่นหัวใจ 10 ชนิด ปลิง 12 ชนิด กลุ่มเพรียงหัวหอม 12 ชนิด และกลุ่มปลาพบ 142 ชนิด เป็นปลากระดูกอ่อน 1 ชนิด โดยพบว่ามีรูปแบบความหลากหลายตามที่พบทั่วไปในของแนวปะการังในอ่าวไทย
          สภาพทางธรณีวิทยาของหมู่เกาะมันประกอบไปด้วยหินอัคนีเป็นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 85) ที่เกิดภายใต้ผิวโลกจากหินหนืด (Magma) เย็นตัวลงอย่างช้า ๆ จนแร่ประกอบหินตกผลึกได้เป็นหินอัคนีแทรกซอนกลุ่มหินสีอ่อน (Felsic intrusive igneous rock) ที่เรียกว่าหินแกรนิต (Granite) ส่วนหินตะกอนหรือหินชั้น (Sedimentary rock) มีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น และพบเพียงแห่งเดียวบริเวณด้านเหนือของเกาะมันซึ่งเป็นที่ราบชายหาด อนุมานอายุของหินตะกอนที่เกาะมันในประมาณ 435-345 ล้านปี (ยุค Sirurian-Devonian) ทรายบริเวณชายหาด (Beach sand) เป็นทรายร่วนมีขนาดตั้งแต่ละเอียดจนถึงหยาบ สีน้ำตาลเม็ดกลมมน เนื้อร่วน มีเศษเปลือกหอยปน ชั้นทรายเป็นชั้นบางๆปิดทับชั้นหินแข็ง หรือชั้นแม่รัง (Laterite) เกิดจากคลื่น และกระแสน้ำชายฝั่งพัดพามาสะสมตัวเป็นชายหาดแคบๆจัดอยู่ในสมัยโฮโลซิน (Holocene) หรือประมาณหนึ่งหมื่นปีถึงปัจจุบัน
          แนวปะการังบริเวณหมู่เกาะมันมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1,240 ไร่ ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแนวปะการังริมฝั่ง (Fringing reef) มีความกว้างของแนวปะการังประมาณ 100-200 เมตร ก่อตัวสิ้นสุดที่ความลึก 3-7 เมตร ยกเว้นที่บริเวณหินญวน และบางบริเวณของเกาะมันนอกที่สามารถพบปะการังที่ประมาณ 10 เมตรได้ นอกจากนี้ยังสามารถพบกลุ่มปะการังบนพื้นทราย (Patch reef) ด้านทิศตะวันออกบริเวณตอนกลางของเกาะมันในได้อีกด้วย
          ความอุดมสมบูรณ์ของหมู่เกาะมัน นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับลุ่มน้ำประแส สภาพพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดระยองถูกจัดให้เป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นพิเศษในด้านความหลากหลายทางชีวภาพจากความเชื่อมโยงกันระหว่างระบบนิเวศของสองพื้นที่นี้ ซึ่งแม่น้ำประแสนั้นมีต้นกำเนิดจากทิวเขาในจังหวัดจันทบุรี ไหลผ่านท้องที่ของกิ่งอำเภอเขาชะเมา อำเภอแกลง เป็นระยะทางยาวประมาณ 25 กิโลเมตร ลงสู่ทะเลที่ตำบลปากน้ำประแส อำเภอแกลง (สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ, 2553) โดยบริเวณพื้นท้องทะเลตอนเหนือของหมู่เกาะมันเป็นแหล่งสะสมของตะกอนปากแม่น้ำประแสซึ่งถูกพัดพามาโดยกระแสน้ำ ที่ระดับน้ำทะเลต่ำสุด เนินตะกอนทรายปากแม่น้ำจะโผล่ให้เห็นและแผ่ขยายจากจากชายฝั่งปากน้ำประแสถึงบริเวณหมู่เกาะมัน โดยมีระดับความลึกของน้ำทะเลตั้งแต่ 1 ถึง 10 เมตร โดยมีความลาดชันประมาณ 1:500 สภาพพื้นท้องทะเลบริเวณพื้นที่โดยรอบหมู่เกาะมันมีลักษณะค่อนข้างเรียบและมีความลาดชันมากขึ้นเมื่อเข้าใกล้แนวหมู่เกาะ โดยมีความลึกลาดเอียงจากทิศเหนือลงไปทางทิศใต้ของหมู่เกาะ จากบริเวณหมู่เกาะมันลงไปทางใต้ของพื้นที่จะมีค่าความลาดชันของพื้นท้องทะเลน้อยลง โดยที่ระดับความลึกน้ำทะเลมากกว่า 10 เมตร (ที่ระดับน้ำลงต่ำสุด) มีความลาดชันประมาณ 1:1,900 โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของค่าความลาดชันในบริเวณนี้เกิดจากการวางตัวของหมู่เกาะในแนวเหนือ-ใต้ (NNW-SSE) ทำให้ปิดกั้นการแผ่กระจายของตะกอนจากปากแม่น้ำ
          ตะกอนที่พบสะสมบริเวณปากแม่น้ำประแส และบริเวณโดยรอบหมู่เกาะมันประกอบด้วยตะกอน 4 ชนิด โดยตะกอนที่สะสมอยู่โดยรอบหมู่เกาะมันเป็นตะกอนกรวดปนทรายถึงทรายปนกรวด ซึ่งพบ สะสมตั้งแต่บริเวณชายฝั่งปากแม่น้ำประแสต่อเนื่องไปยังพื้นที่รอบเกาะมันใน เกาะมันกลางและเกาะมันนอก ขณะที่พบว่าตะกอนชนิดที่สองซึ่งเป็นตะกอนทรายปนกรวดเล็กน้อย พบสะสมถัดออกมาบริเวณด้านตะวันตกและตะวันออกของตะกอนชนิดแรก ส่วนตะกอนชนิดที่สามเป็นตะกอนทรายปนโคลนและปนกรวดเล็กน้อย พบสะสมตัวถัดจากตะกอนชนิดที่สองไปทางทิศใต้ของพื้นที่ ขณะที่ตะกอนชนิดที่สี่เป็นตะกอนโคลนปนทราย และปนกรวดเล็กน้อยพบสะสมตัวอยู่ด้านใต้สุดของพื้นที่ และตะกอนกรวดจะไม่พบเลยเมื่อห่างจากหมู่เกาะมันออกไปขณะที่ปริมาณตะกอนโคลนจะเพิ่มมากขึ้นในทิศทางดังกล่าว
          การสะสมตัวของตะกอนในบริเวณหมู่เกาะมันเกิดจากอิทธิพลของกระแสน้ำชายฝั่ง แม่น้ำประแสคลื่น และการผุพัง โดยแหล่งกำเนิดของตะกอนกรวดส่วนใหญ่เกิดจากการผุพังของหินแกรนิตบริเวณหมู่เกาะมัน ขณะที่ตะกอนทรายละเอียดเกิดจากการพัดพาของกระแสน้ำชายฝั่งพัดพามาจากชายหาดบริเวณแหลมแม่พิมพ์และชายหาดด้านทิศตะวันตกของแหลมแม่พิมพ์ ส่วนตะกอนโคลนนั้นเกิดจากการสะสมตัวของสารแขวนลอย (Suspended material) และตะกอนขนาดละเอียดที่ถูกพัดพามาจากฝั่งในลักษณะของ Suspension population รวมทั้งการผุพังของสารอินทรีย์ต่าง ๆ ในทะเล