สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังแพลงก์ตอน สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังแพลงก์ตอน
2,096 view

​          แนวปะการังเป็นระบบนิเวศทางทะเลที่สำคัญ นอกจากจะมีปะการังที่เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเป็นสัตว์กลุ่มใหญ่ ที่สามารถสร้างแนวก่อให้เกิดแนวปะการังที่มีความสลับซับซ้อนได้แล้วนั้น แนวปะการังยังมีสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอีกหลากหลายชนิดที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความหลากหลายของระบบนิเวศแนวปะการัง ซึ่งจัดว่าเป็นทรัพยากรที่เป็นองค์ประกอบหลักของระบบนิเวศ อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อแนวปะการังอีกด้วย โดยสามารถจำแนกออกเป็นไฟลัมได้ดังนี้
          1. ไฟลัม Porifera เช่น ฟองน้ำ

​          2. ไฟลัม Coelenterata เช่น ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุน
​          3. ไฟลัม Mollusca เช่น หอย หมึกและทากทะเล
​          4. ไฟลัม Arthropoda เช่น กุ้ง และปู
​          5. ไฟลัม Echinodermata เช่น เม่นทะเล ปลิงทะเล และดาวทะเล
​          6. ไฟลัม Chordata เช่น เพรียงหัวหอม ซึ่งสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกเป็นแกนภายในร่างกาย บางชนิดอาจมีโครงร่างแข็งที่ไม่ใช่กระดูกอยู่ภายในลำตัวเพื่อช่วยค้ำจุนร่างกาย บางชนิดมีเปลือกแข็งหุ้มอยู่ภายนอก เพื่อป้องกันอันตรายและใช้ยึดกล้ามเนื้อ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่ในแนวปะการังจะมีการปรับตัวให้เข้ากับโครงสร้างและรูปทรงที่หลากหลายของปะการัง ทั้งที่เป็นปะการังกิ่งก้าน พุ่ม โขด แผ่น และเคลือบผิว ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นอยู่อาศัย หาอาหาร หลบภัย วางไข่ หรือเจริญพันธุ์ โดยที่บางชนิดฝังตัวอยู่ภายในโครงสร้างปะการัง บางชนิดอาศัยอยู่บนปะการัง หรือบางชนิดอาศัยอยู่ในน้ำเหนือแนวปะการัง
          สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในแนวปะการังมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศอย่างสูง ก่อให้เกิดระบบห่วงโซ่อาหาร อีกทั้งเป็นตัวกลางเชื่อมโยงการถ่ายทอดสสารและพลังงานจากน้ำภายนอกสู่ระบบนิเวศ ทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบห่วงโซ่อาหารภายในระบบนิเวศ เช่น ปลิงทะเล มีบทบาทในการแปรสภาพตะกอนสารอินทรีย์ให้มีขนาดเล็กลงซึ่งง่ายต่อการที่แบคทีเรียหรือผู้ย่อยสลายอื่นๆ จะนำไปใช้ประโยชน์ เม่นทะเลที่ครูดกินสาหร่าย ช่วยควบคุม การแพร่กระจาย และอัตราการสร้างผลผลิตของสาหร่ายตามพื้นแนวปะการัง หอยมือเสือและฟองน้ำครกจะกรองกินอาหารที่ลอยมาตามน้ำและช่วยในการดูดกรองฝุ่นตะกอนทำให้น้ำในบริเวณนั้นใสสะอาด ปู และกุ้งที่อาศัยอยู่ตามซอกหรือกิ่งก้านปะการัง จะกินตะกอนและสาหร่ายที่อยู่บนโคโลนีปะการัง ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยป้องกันการทับถมของตะกอนและการเพิ่มปริมาณของสาหร่ายได้อีกทางหนึ่ง สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางชนิดยังช่วยส่งเสริมความสวยงามให้กับแหล่งอาศัย เช่น ดอกไม้ทะเลซึ่งมีปลาการ์ตูนเข้ามาอาศัยอยู่แบบพึ่งพาอาศัย ทากเปลือย และดาวขนนกที่มีสีสันสวยงาม อีกทั้งยังมีความสำคัญทางเศรษฐกิจในด้านการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังยังเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศแนวปะการังได้อีกด้วย
วิธีการสำรวจสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
          
ดำเนินการสำรวจชนิดและความชุกชุมของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ใช้วิธีวางแนวสำรวจเช่นเดียวกับการสำรวจปะการังแบบ photo belt transect โดยใช้เส้นเทปของ transect line ความยาว 30 เมตร วางในแนวขนานกับชายฝั่ง ต่อเนื่องกันในแต่ละสถานี (ใช้แนวสำรวจเดียวกับแนวสำรวจปะการังและปลา)
          ใช้นักดำน้ำที่มีความสามารถในการจำแนกชนิดสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ว่ายเคลื่อนที่ช้าๆ ตามแนวสำรวจ บันทึกชนิด และจำนวนสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่พบในพื้นที่โดยใช้สายตามองไปข้างหน้ากะระยะห่างออกจากด้านข้างของ transect line ทั้งซ้าย และขวา ด้านละ 2.5 เมตร ทั้ง 2 ด้านของเส้นเทปวัด ตลอดความยาวเส้นเทป 30 เมตร เว้นระยะ 1-3 เมตร แล้วเริ่มบันทึกใหม่ทุกๆ ระยะทาง 30 เมตร ตลอดความยาว 90 เมตร จะได้จำนวนซ้ำทั้งหมด 3 ซ้ำ ครอบคลุมพื้นที่ 100 ตารางเมตร
          การจำแนกชนิดและความชุกชุมของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ส่วนใหญ่จะดำเนินการในขณะทำการสำรวจภาคสนาม โดยเน้นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 5 ไฟลัม คือ Porifera, Coelenterata, Mollusca, Arthropoda และEchinodermata ในกรณีที่ไม่สามารถจำแนกชนิดได้ ทำการบันทึกภาพและนำมาเปรียบเทียบกับเอกสารและคู่มือช่วยจำแนกชนิด นำข้อมูลที่ได้คำนวณค่าเปอร์เซ็นต์ความชุกชุมของแต่ละสถานี และเปอร์เซ็นต์ความหลากหลายของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังทั้งเกาะเต่า

การสำรวจสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในแนวปะการัง โดยใช้วิธีการทำสำมะโนประชากรด้วยสายตา

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง