แพลงก์ตอน แพลงก์ตอน
1,116 view

          แพลงก์ตอน เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก มีรูปแบบการดำรงชีวิตโดยการล่องลอยอยู่ในมวลน้ำ อาจเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ตามแนวดิ่งของมวลน้ำแต่ไม่สามารถทวนกระแสน้ำได้ ต้องอาศัยการพัดพาของกระแสน้ำและทิศทางของลมเท่านั้น แพลงก์ตอนมีทั้งขนาดที่เล็กมากตั้งแต่ต้องส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ จนถึงขนาดที่สามารถมองได้ด้วยตาเปล่า  แพลงก์ตอน เป็นผู้ผลิตเบื้องต้นของห่วงโซ่อาหารในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเป็นอาหารของสัตว์น้ำวัยอ่อนชนิดต่างๆ ความหลากชนิดและความอุดมสมบูรณ์ของแพลงก์ตอน และสามารถใช้เป็นตัวชี้วัดถึงระดับความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ  ชนิดและปริมาณของแพลงก์ตอนยังใช้ตรวจสอบมลภาวะของแหล่งน้ำได้เช่นกัน  อีกทั้งยังมีการนำแพลงก์ตอนมาใช้ในอุตสาหกรรม โดยอาจใช้ในรูปที่มีชีวิตหรือโดยการสกัดผลผลิตที่เซลล์ผลิตขึ้นมา เช่น ใช้เป็นอาหารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำวัยอ่อน บางชนิดเป็นอาหารของมนุษย์ และเป็นยารักษาโรค และแพลงก์ตอนยังใช้ในการศึกษาทดลองทางวิทยาศาสตร์ และการเพาะเลี้ยงอีกด้วย
แพลงก์ตอนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ตามความสามารถในการสร้างอาหารได้เอง คือแพลงก์ตอนพืช และแพลงก์ตอนสัตว์
          แพลงก์ตอนพืช คือ สาหร่ายขนาดเล็กที่ล่องลอยอยู่ในมวลน้ำ สามารถสังเคราะห์อาหารได้เอง โดยใช้สาร อนินทรีย์ ร่วมกับแสงจากดวงอาทิตย์โดยผ่านขบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง แพลงก์ตอนพืชจึงนับเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อผลผลิตขั้นต้นในแหล่งน้ำ ซึ่งสารอินทรีย์ที่ถูกสร้างขึ้นจากแพลงก์ตอนพืชเหล่านี้ ส่วนหนึ่งจะถูกปล่อยออกมานอกเซลล์ในรูปของสารละลายอินทรีย์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตของแบคทีเรีย หรือแม้กระทั่งแพลงก์ตอนพืชชนิดอื่นที่ต้องการสารอินทรีย์ในการเติบโต ส่วนสารอินทรีย์ที่ถูกสร้างขึ้นอีกส่วนหนึ่งจะถูกสะสมไว้ในเซลล์เพื่อการเติบโต และจะถูกถ่ายทอดไปตามสายใยอาหารโดยการถูกสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นกิน ซึ่งผลผลิตเหล่านี้จะถ่ายทอดไปสู่สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่อาศัยหรือเข้ามาหาอาหารในแหล่งน้ำนั้น
          แพลงก์ตอนสัตว์ คือ กลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสังเคราะห์อาหารได้เอง ต้องอาศัยสารอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้นจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น มีขนาดเล็ก อาศัยและลอยไปมาตามกระแสน้ำ อาจจะว่ายน้ำหรือเคลื่อนที่เองได้บ้าง แต่ก็ยังเคลื่อนที่ตามอิทธิพลของกระแสน้ำ แพลงก์ตอนสัตว์ที่อาศัยอยู่ในมวลน้ำมีมากมายหลายขนาด ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวขนาดเล็กที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เช่น โปรโตซัว ไปจนถึงสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีหลายเซลล์ มีทั้งสัตว์ในระยะวัยอ่อนและระยะตัวเต็มวัย เช่น แมงกะพรุน ลูกปลา
แพลงก์ตอนพืช
          
เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศ คือ มีบทบาทเป็นผู้ผลิตเบื้องต้นของห่วงโซ่อาหาร แพลงก์ตอนพืชจะสร้างอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตจากคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ โดยใช้สารสีเป็นตัวเร่งและใช้แสงแดดเป็นพลังงาน ชนิดและความหนาแน่นของแพลงก์ตอนพืชจึงมีความสัมพันธ์ต่อสัตว์น้ำกลุ่มอื่นๆ ในห่วงโซ่อาหาร (ลัดดา, ม.ป.ป.) และสามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำและระบบนิเวศได้ เช่น การศึกษาของ วิชญา และคณะ (2540) ที่ได้ทำการศึกษาความหลากหลายของแพลงก์ตอนพืชในป่าชายเลน บริเวณคลองสิเกา จังหวัดตรัง และบริเวณปากแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่สามารถนำไปใช้ในการประเมินความอุดมสมบูรณ์และลักษณะโครงสร้างของระบบนิเวศป่าชายเลน การศึกษาของ จิราพร และสุรีย์ (2551) ได้ติดตามตรวจสอบชนิดและปริมาณของแพลงก์ตอนพืชบริเวณชายฝั่งทะเลรอบเกาะภูเก็ต เพื่อนำข้อมูลไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการประเมินสถานภาพของน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งทะเลที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้ ชนิดและปริมาณของแพลงก์ตอนพืชยังใช้ตรวจสอบมลภาวะของแหล่งน้ำได้ โดยในแหล่งน้ำปรกติจะมีแพลงก์ตอนมากชนิดและปริมาณของแต่ละชนิดมีไม่มาก ในทางตรงข้าม หากน้ำเกิดมลภาวะ จำนวนชนิดแพลงก์ตอนจะลดลงเหลือเพียง 2-3 ชนิดหรืออาจเหลือเพียงชนิดเดียวและมีจำนวนมากมายมหาศาล (ลัดดา, 2554) ดังเช่น บริเวณอ่าวศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่พบ Ceratium furca และ Noctiluca scintillans ในปริมาณมาก จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีบ่อยครั้งในรอบปี และการเกิดแต่ละครั้งมักจะเกิดผลกระทบตามมา ทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำตายเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคสัตว์น้ำ รวมทั้งทำให้ทัศนียภาพของชายหาดเสื่อมโทรมโดยเฉพาะสีและกลิ่น ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอีกด้วย  (ลิขิต และเฉลิมชัย, 2547)
การเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืช
          เก็บตัวอย่างโดยตักน้ำปริมาตร 20 – 100 ลิตร กรองผ่านถุงแพลงก์ตอนขนาดตา 20 ไมครอน เก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชลงในขวดพลาสติกขนาด 250 มิลลิลิตร หยดสารละลายฟอร์มาลินให้มีความเข้มข้นสุดท้ายประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ จดบันทึกสถานีเก็บตัวอย่าง และวันที่เก็บตัวอย่าง บนขวดเก็บตัวอย่าง ตรวจนับและคำนวณความหนาแน่นของเซลล์แพลงก์ตอนพืชขนาดเล็ก ในห้องปฏิบัติการโดยใช้ Sedgwick- Rafter counting slide ภายใต้กล้องจุลทรรศน์
แพลงก์ตอนสัตว์
          ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญและสัมพันธ์ในระบบนิเวศปะการัง กล่าวคือแพลงก์ตอนสัตว์เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสังเคราะห์อาหารเองได้ ต้องอาศัยสารอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้นจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น แต่แพลงก์ตอนสัตว์ก็จัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญมากในระบบนิเวศ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหาร และสายใยอาหารในการเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตปฐมภูมิและผู้บริโภคทุติยภูมิ ทำให้เกิดการส่งผ่านพลังงานขั้นต้นจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคในลำดับที่สูงขึ้นไป และเป็นตัวช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และช่วยให้ระบบนิเวศมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นและเป็นตัวชี้ถึงเสถียรภาพของระบบนิเวศ ปริมาณของแพลงก์ตอนสัตว์สะท้อนถึงผลผลิตของระบบนิเวศและผลผลิตทางด้านเศรษฐกิจ (Davis, 1955; Raymont, 1983)
ความหลากหลายและความหนาแน่นของแพลงก์ตอนสัตว์เป็นดัชนีชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ กล่าวคือแหล่งน้ำใดมีแพลงก์ตอนสัตว์มากชนิดอาจกล่าวได้ว่าแหล่งน้ำนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ระดับหนึ่ง (อานนท์ และเสาวภา, 2538) และยังเป็นดัชนีบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรประมง และสภาพแวดล้อมทางทะเลด้วย (ลัดดา, 2543) และนอกจากนี้สัตว์น้ำวัยอ่อนที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ก็มีช่วงชีวิตอยู่ในระยะของแพลงก์ตอนสัตว์และมีการกระจายตัวอยู่อย่างกว้างขวาง เช่นกัน แพลงก์ตอนสัตว์กลุ่มครัสเตเซียนมีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญในระบบนิเวศทางทะเล เช่น แพลงก์ตอนสัตว์ถาวรจำพวกโคพีพอด และเคย จับกินแพลงก์ตอนพืชที่ล่องลอยอยู่ในมวลน้ำและในขณะเดียวกันก็จะกลายเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของปลา และวาฬในลำดับต่อไป โดยเฉพาะแพลงก์ตอนสัตว์กลุ่มโคพีพอด หากมีปริมาณและความหลากหลายสูงแสดงว่าแหล่งน้ำนั้นมีปริมาณอาหารจำพวกแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ที่เป็นอาหารของพวกโคพีพอดมากและมีความอุดมสมบูรณ์สูงด้วย ด้วยเหตุที่โคพีพอดเป็นแพลงก์ตอนสัตว์กลุ่มที่มีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดีจึงสามารถพบได้โดยทั่วไป (บัณฑิต, 2544) 
 การเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนสัตว์
          เก็บแพลงก์ตอนสัตว์โดยใช้ถุงแพลงก์ตอนขนาดตา 200 ไมโครเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางปากถุง 30 เซนติเมตร ลากแพลงก์ตอนระยะทาง 4 เมตร เก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนลงในขวดพลาสติกขนาด 250 มิลลิลิตร หยดสารละลายฟอร์มาลินให้มีความเข้มข้นสุดท้ายประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ จดบันทึกสถานีเก็บตัวอย่าง และวันที่เก็บตัวอย่าง บนขวดเก็บตัวอย่าง ตรวจนับและคำนวณความหนาแน่นของเซลล์แพลงก์ตอนสัตว์ ในห้องปฏิบัติการภายใต้กล้องจุลทรรศน์

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง