ปลาในแนวปะการัง ปลาในแนวปะการัง
572 view

          ปลาเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังกลุ่มเด่นที่สุดที่พบได้ตามแนวปะการัง ความหลากหลายของชนิด รูปร่าง สีสัน ตลอดจนแง่มุมทางพฤติกรรมและรูปแบบการดำรงชีวิตที่น่าสนใจของปลาช่วยส่งเสริมให้แนวปะการังมีชีวิตชีวาและความสวยงาม พบว่ามีปลาประมาณ 4,000 ชนิดที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการังหรือแหล่งที่อยู่บริเวณชายฝั่ง จำนวนชนิดปลาในเขตภูมิภาคย่อยๆ ของโลกมีจำนวนแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น บริเวณคาบสมุทรอินโด-มาเลย์ (ประกอบด้วย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และนิวกินี) พบได้สูงสุดคือประมาณ 2,700 ชนิด บริเวณ Great Barrier Reef ประเทศออสเตรเลียพบได้ประมาณ 1,500 ชนิด ในหมู่เกาะแคโรไลน์พบได้ประมาณ 1,120 ชนิด บริเวณหมู่เกาะมัลดีฟพบได้ประมาณ 985 ชนิด (อุกกฤต, 2550) บริเวณทะเลแดงพบได้มากกว่า 1,000 ชนิด บริเวณหมู่เกาะ Hawai ประเทศสหรัฐอเมริกาพบได้ประมาณ 570 ชนิด (Kuiter and Debelius, 2006) สำหรับในน่านน้ำไทยคาดว่ามีปลาในแนวปะการังไม่น้อยกว่า 1,000 ชนิด ซึ่งสามารถพบได้ทางฝั่งทะเลอันดามันประมาณ 900 ชนิด และพบทางฝั่งทะเลอ่าวไทยประมาณ 400 ชนิด (อุกกฤต, 2550)
​          ปลาในแนวปะการังแสดงความสัมพันธ์อย่างเด่นชัดกับความหลากหลายของถิ่นที่อยู่อาศัย (reef fish habitat relationship) เนื่องจากแนวปะการังมีลักษณะทางกายภาพและความสมบูรณ์ทางชีวภาพที่ทำให้เกิดความหลากหลายในถิ่นที่อาศัยและแหล่งอาหาร โครงสร้างของปะการังแต่ละชนิดสามารถเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยสำหรับปลาขนาดต่างๆ ซึ่งอาจแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มปลาที่มีขนาดเล็กโดยเฉลี่ยและเจริญวัยเป็นปลาที่เจริญพันธ์ุในบริเวณแนวปะการัง และกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มปลาวัยอ่อนที่เข้ามาเพื่อสร้างกลุ่มประชากรในบริเวณแนวปะการัง และปลาขนาดใหญ่ที่เป็นผู้ล่ามักจะเคลื่อนที่ไปมาระหว่างแนวปะการังและบริเวณใกล้เคียง ปลาในแนวปะการังยังมีพฤติกรรมที่น่าสนใจที่สามารถพบเห็นได้ง่าย และมีบทบาทต่อแนวปะการังมากคือ การกินอาหาร ซึ่งมีผลต่อความสมดุลและการพัฒนาของแนวปะการังโดยที่สำคัญๆ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
          - การเป็นผู้ควบคุมสมดุลของประชากรสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งของปลาในแนวปะการัง เนื่องจากมีผลต่อกระบวนการสร้างและสลายอันเป็นกระบวนการที่สำคัญต่อการพัฒนาของแนวปะการัง ปลาจะทำหน้าที่ควบคุมสิ่งมีชีวิตอื่นที่อาจสร้างความเสียหายต่อแนวปะการัง และควบคุมประชากรปลาด้วยกันให้อยู่ในภาวะสมดุล
          - การเป็นผู้ถ่ายทอดพลังงานจากระบบนิเวศหนึ่งสู่ระบบนิเวศอื่นๆ จากการกินอาหารที่หลากหลาย และมีการเคลื่อนย้ายแหล่งที่อยู่อาศัยจากแหล่งอาศัยหนึ่งไปสู่แหล่งอาศัยอื่น ทำให้ปลาเป็นผู้ทำให้เกิดการถ่ายเทของพลังงานจากแนวปะการังไปยังแหล่งอาศัยอื่นๆ ด้วย
          - ปลาบางชนิดสามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของแนวปะการัง เช่น ปลาผีเสื้อ (Chaetodontidae) ที่กินโพลิบปะการังเป็นอาหาร สามารถชี้วัดถึงความสมบูรณ์ของปะการังมีชีวิตและชนิดของปะการังที่ปลาเลือกกินได้ ปลาไหลมอเรย์ (Muraenidae) เป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร เนื่องจากกลุ่มปลาไหลมอเรย์เป็นผู้ล่าจะอาศัยอยู่ได้ถ้ามีความสมบูรณ์ของเหยื่อจำพวกปลา หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก และมีแหล่งหลบภัยที่มีลักษณะเป็นโพรงหรือซอกหิน ส่วนปลาที่กินปลาเป็นอาหาร เช่น ปลากะพง (Lutjanidae) ปลาเก๋า/กะรัง (Serranidae) ก็เป็นตัวชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของปลาที่เป็นเหยื่อได้เช่นกัน
สถานีสำรวจปลาในแนวปะการังบริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 56 สถานี


วิธีการศึกษาชนิดและความชุกชุมของปลาในแนวปะการัง
          การสำรวจปลาในแนวปะการังในพื้นที่แนวปะการังบริเวณเกาะเต่า และเกาะนางยวนรวมทั้งหมด 56 สถานี โดยใช้แนวสำรวจเดียวกับแนวสำรวจปะการัง ซึ่งมีวิธีการศึกษาดังนี้
การศึกษาชนิดของปลาในแนวปะการัง
          การทำบัญชีรายชื่อชนิดปลาที่พบในแนวปะการังบริเวณเกาะเต่าและเกาะนางยวน ทำโดยการว่ายน้ำสำรวจทั้งแบบ snorkeling และแบบ SCUBA diving จดบันทึกชนิดของปลาที่พบในบริเวณสถานีที่กำหนดทั้งหมด และบริเวณอื่นๆ รอบเกาะเต่า 
การศึกษาความชุกชุมของปลาในแนวปะการัง
          การศึกษาความชุกชุมของปลาทำโดยใช้วิธีการทำสำมะโนประชากรปลาด้วยสายตา (Fishes visual census technique) ตามวิธีมาตรฐานที่ใช้ในการสำรวจประชากรปลาในแนวปะการังในโครงการ ASEAN-Australia: Coastal Living Resources ซึ่งเป็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับการศึกษาประชากรปลาในแนวปะการัง (English et al., 1994) โดยใช้นักดำน้ำที่มีความสามารถในการจำแนกชนิดปลา ดำน้ำทำการจำแนกชนิดและนับจำนวนปลาตามแนวสำรวจ (transect line) ความยาว 30 เมตร จำนวน 6 แนวสำรวจต่อสถานี โดยใช้สายตามองไปข้างหน้าและแผ่กว้างออกไปทางด้านของแนวสำรวจทั้งซ้ายและขวา ด้านละ 2.5 เมตร โดยมีการวางแนวสำรวจแบบสุ่มที่ระดับความลึก 2 ระดับ ระดับความลึกละ 3 แนว และสามารถเป็นตัวแทนของสังคมปะการังแบบตื้น และตัวแทนของสังคมปะการังแบบลึก (ระดับความลึกขึ้นกับสภาพของแนวปะการังในพื้นที่) ทั้งนี้จะทำการประเมินเฉพาะกลุ่มปลาที่สามารถมองเห็นได้ชัด โดยไม่พิจารณาปลาขนาดเล็กๆ ตามพื้นหรือปลาที่มีพฤติกรรมหลบซ่อนตามซอก-โพรง เช่น ปลาบู่ (Gobiidae) ปลาตั๊กแตนหิน (Blenniidae) ปลามังกรน้อย (Callionymidae) เป็นต้น

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง