ปะการัง ปะการัง
684 view

          แนวปะการัง เป็นระบบนิเวศที่มีความซับซ้อน และเป็นบริเวณที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดในทะเล ทรัพยากรสัตว์น้ำนานาชนิดจากแนวปะการังถูกนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ทั้งโดยตรงและโดยทางอ้อม ความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการังดึงดูดให้มีการใช้ประโยชน์จากแนวปะการังมากขึ้น ทั้งในด้านการประมง และการท่องเที่ยว ซึ่งมีความสำคัญมากทางเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลเพื่ออุตสาหกรรมและเกษตรกรรมก็ส่งผลกระทบต่อระบบ นิเวศแนวปะการังด้วย แนวปะการังในประเทศไทยมีแนวโน้มจะมีความเสื่อมโทรมมากขึ้นทั้งสาเหตุที่เกิด จากปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น พายุ คลื่นสึนามิ การฟอกขาวของปะการัง (coral bleaching) การโผล่พ้นน้ำในช่วงเวลาที่น้ำลงต่ำมาก การไหลของน้ำจืดลงสู่ทะเล การแย่งพื้นที่โดยสาหร่ายและพรมทะเล และจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การระเบิดปลา การทิ้งสมอเรือในแนวปะการัง การดำน้ำ เรือชนหรือเกยตื้น การเหยียบย่ำและการเก็บสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง เครื่องมือประมง การขุดร่องน้ำ  ขยะ น้ำมัน สารอาหาร ฯลฯ จึงต้องมีการประเมินสถานภาพแนวปะการัง เพื่อกำหนดวิธีการที่เหมาะสมต่อการบริหารจัดการด้านการใช้ประโยชน์ อนุรักษ์ และฟื้นฟูต่อไป
​          แนวปะการังมีการเปลี่ยนแปลงสภาพตลอดเวลา ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นในทางที่ดีขึ้นหรือเลวลง การเปลี่ยนแปลงโดยธรรมชาติ เช่น พายุพัดทำลาย การอุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มขึ้นสูงกว่าปกติ การระบาดของดาวมงกุฎหนาม หรือจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การประมงผิดวิธีในแนวปะการัง การท่องเที่ยว การลักลอบจับปลาในแนวปะการังหรือลักลอบเก็บปะการัง กิจกรรมจากบนฝั่ง การฟื้นตัวของแนวปะการังสู่สภาพเดิมส่วนใหญ่ใช้เวลานาน ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมหรือยับยั้ง รวมทั้งระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้นด้วย  (สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ. 2554)
​          ในปี พ.ศ. 2553 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทำการสำรวจแนวปะการังบริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีสถานีเก็บตัวอย่างรอบเกาะเต่า จำนวน 28 สถานี แต่ละสถานีมีสองแปลง คือ แนวที่ลึก (edge) และแนวพื้นราบ (flat) รวมเป็น 56 สถานี ดังนี้

สถานีเก็บตัวอย่างปะการัง รวม 28 สถานี แต่ละสถานี มีสองแปลง คือ แนวที่ลึก (edge) และแนวพื้นราบ (flat)
รวมเป็น 56 สถานี ดัดแปลงจาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (2553 ก)

          แหล่งอาศัยสัตว์ทะเล (Artificial Habitats) หรือปะการังเทียม (Artificial reefs) คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ อย่างมีแบบแผน เพื่อดัดแปลงหรือเพื่อปรับปรุง เสริมแต่งสภาพพื้นที่ท้องทะเลให้เหมาะสมกับรูปแบบที่สัตว์น้ำชอบอยู่อาศัย โดยเลียนแบบบริเวณที่มีกองหินใต้น้ำ ซากเรืออับปางซึ่งมีสัตว์น้ำชุกชุม โดยการนำวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน ต้านกระแสน้ำได้ นำไปวางรวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีแบบแผน เพื่อดึงดูดสัตว์น้ำให้เข้ามาอยู่อาศัย หลบภัยและมีโอกาสแพร่พันธุ์มากขึ้น (อำนาจ และคณะ, 2545) ซึ่งวัสดุที่สามารถนำมาจัดสร้างเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ได้แก่ ก้อนหิน กิ่งไม้ ทางมะพร้าว ยางรถยนต์ รถยนต์ ตู้รถไฟ เรือรบ เรือสินค้า เครื่องบิน รถถัง ฐานขุดเจาะน้ำมัน รวมถึงการหล่อคอนกรีตเป็นก้อนหรือแท่งคอนกรีตเสริมเหล็กในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น (กรมประมง, 2549)
​          การจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล หรือปะการังเทียม ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นการจัดการทรัพยากรเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ เนื่องจากแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลทำหน้าที่คล้ายๆ กับแนวหินหรือแนวปะการังที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (กนกพรรณ และวิทยา, 2534) และเป็นที่ยอมรับกันว่าการสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลหรือปะการังเทียมในบริเวณพื้นที่ชายฝั่งนั้น มีประโยชน์อย่างยิ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำขนาดเล็กมิให้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ก่อนถึงขนาดที่เหมาะสม และสามารถดึงดูดสัตว์น้ำนานาชนิดให้เข้ามาอยู่อาศัย หาอาหาร สืบพันธุ์ ตลอดจนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งประมงสำหรับการประมงขนาดเล็กและประมงในเชิงพาณิชย์ (พูนสิน และคณะ, 2531) โดย Sherman และคณะ (2002) กล่าวว่า ปะการังเทียมที่มีเพิ่มขึ้นทั่วโลกมีผลทำให้จำนวนปลาเพิ่มขึ้นและมีความหลากหลายเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มอัตราการจับสัตว์น้ำเป้าหมาย และเป็นการจัดการแหล่งที่อยู่ให้แก่สัตว์ทะเล อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับแนวปะการังอีกด้วย
​          เกาะเต่ามีการจัดสร้างแหล่งปะการังเทียมขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งเพื่อความสมดุลของระบบนิเวศและเพื่อการท่องเที่ยวดำน้ำ ทั้งนี้จากการจัดประชุมเรื่อง การจัดการการใช้ประโยชน์พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะเต่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 และการประชุมปรึกษาหารือกับผู้นำท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นและส่วนกลาง รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการร้านดำน้ำและรีสอร์ต เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555  เพื่อหาแนวทางและข้อตกลงในการจัดการการใช้ประโยชน์พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งเกาะเต่า ทำให้ได้ข้อสรุปสำหรับการบริหารจัดการแหล่งปะการังเทียมเพื่อการดำน้ำเพิ่มเติม โดยมีการกำหนด พื้นที่พัฒนาแหล่งดำน้ำใหม่ (Dive site development area) ซึ่งเป็นพื้นที่ทางทะเล ที่มีการจัดสร้างประติมากรรม หรือปะการังเทียมเพื่อเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ และช่วยลดผลกระทบจากการท่องเที่ยวดำน้ำในแหล่งปะการังตามธรรมชาติ รวมถึงการจัดสร้างแปลงอนุบาลปะการังเพื่อใช้สำหรับการฟื้นฟูแนวปะการัง และส่งเสริมการศักยภาพการพัฒนาของปะการังและสัตว์น้ำเกาะติดต่างๆ บนโครงสร้างปะการังเทียม
​          พื้นที่ดังกล่าวได้แก่ อ่าวลึก หาดทรายรี เรือหลวงสัตกูด หาดทรายนวล เรือไทรเดนท์(ทิศใต้ของกงทรายแดง) ทิศตะวันตกของเกาะนางยวน และทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเต่า (หินไฟ) โดยห้ามกิจกรรมต่างๆ ที่ระบุไว้ในแต่ละเขตการจัดการพื้นที่รูปแบบต่างๆ ตามข้อกำหนด ทั้งนี้ ให้มีการขออนุญาตดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
​          - แผนที่พื้นที่พัฒนาแหล่งดำน้ำใหม่
​          แหล่งปะการังเทียมเพื่อการท่องเที่ยวดำน้ำของเกาะเต่าในปัจจุบันมี 6 แหล่งสำคัญดังนี้

Hin Fai Bio Rock 

ทรัพยากรบริเวณหินไฟ (ที่มา : ชมรมรักษ์เกาะเต่า)

          หินไฟเป็น Biorock  (biorock คือ โครงสร้างโลหะที่มีไฟฟ้าไหลผ่านนำไปวางไว้ใต้ทะเลเพื่อช่วยให้เกิดการแยกโมเลกุลระหว่างออกซิเจนออกจากไฮโดรเจน ผลที่ได้คือการเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ สัตว์ทะเลจะสร้างแคลเซียมได้ดีขึ้น จึงเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แข็งแรง) ถูกจัดสร้างขึ้นในปี 2008 ด้วยความร่วมมือของผู้ประกอบการร้านดำน้ำบนเกาะ กลุ่มอาสาสมัครและชุมชน จัดสร้างโดมเหล็กขนาดใหญ่เชื่อมต่อกันครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเต่า  มีความลึกประมาณ 8 – 13 เมตร เกิดเป็นแหล่งอาศัยของปลาและปะการังที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นจุดท่องเที่ยวดำน้ำที่สำคัญอีกจุดหนึ่งของเกาะเต่า 

HTMS Sattakut

การจมเรือหลวงสัตกูด (ที่มา : จเรศักดิ์ สกุลนา)

          HTMS Sattakut  หรือ เรือหลวงสัตกูด 742  ถูกจมลงเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2554 โดยความร่วมมือระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริษัทปตท.สผ. และกองทัพเรือ ถูกจมลงที่ความลึกประมาณ 20 – 30 เมตร ทางตอนใต้ของหินพีวี ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งดำน้ำที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ

M.V Trident

การจมเรือเอ็ม.วี ไทรเดนท์ (ที่มา : http://www.thaiwreckdiver.com/mv_trident.htm)

          เรือเอ็ม.วี ไทรเดนท์ ถูกจมลงบริเวณทิศใต้ของกงทรายแดง (Shark Island) ในปี 2010  ที่ความลึก 28 – 35 เมตร เป็นแหล่งดำน้ำที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของเกาะเต่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีทักษะในการดำน้ำพอสมควร

Suan Olan

ปะการังเทียมที่ Suan Olan (ที่มา : ชมรมรักษ์เกาะเต่า)

          Suan Olan ตั้งอยู่ที่อ่าวลึก เป็นโครงการจัดสร้างปะการังเทียมและแปลงอนุบาลปะการังโดยความร่วมมือจาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อจัดทำโครงสร้างสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยให้กับปลาและปะการัง อีกทั้งยังเอื้อประโยชน์สำหรับเป็นที่ฝึกหัดนักดำน้ำใหม่โดยที่ไม่ทำลายแนวปะการังตามธรรมชาติ Suan Olan มีความลึกประมาณ 14 เมตร

Reef Balls, Tanote Bay

Reef Balls และแปลงอนุบาลปะการังที่อ่าวโตนด  (ที่มา : ชมรมรักษ์เกาะเต่า)

          Reef Ball เป็นปะการังเทียมที่ถูกจัดวางในพื้นที่อ่าวโตนด โดยมีลักษณะเป็นก้อนคอนกรีตทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร มีความลึกอยู่ที่ 5 – 16 เมตร นอกจากนี้ยังมีแปลงอนุบาลปะการังอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กันอีกด้วย

Buoyancy World

ประติมากรรมรูปแบบต่าง ๆ ของ Buoyancy World  (ที่มา : ชมรมรักษ์เกาะเต่า)

          Buoyancy World ตั้งอยู่ใกล้กับจุดดำน้ำ Twins ทางทิศตะวันตกของเกาะนางยวน Buoyancy World เป็นประติมากรรมรูปแบบต่าง ๆ  ที่กลุ่มผู้ประกอบการร้านดำน้ำ 8 แห่งบนเกาะเต่าร่วมกันจัดสร้างขึ้นในปี 2010 ซึ่งเป็นจุดที่เหมาะสำหรับนักเรียนฝึกหัดดำน้ำ โดยมีความลึกอยู่ที่ 10 – 15 เมตร

แผนที่แหล่งปะการังเทียมเพื่อการท่องเที่ยวดำน้ำเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง