ประกาศกฎกระทรวง ประกาศกฎกระทรวง
40 view

เกาะโลซิน ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับการประกาศกฎกระทรวงให้เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป เพื่อป้องกันและรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้คงความสมบูรณ์

วันที่ 10 เมษายน 2565 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศกฎกระทรวงกำหนดให้บริเวณเกาะโลซิน ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2565 โดยได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา แล้วเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 จะมีผลบังคับใช้วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เนื่องจากเกาะโลซินเป็นพื้นที่มีความสำคัญและเปราะบางมาก

สำหรับเกาะโลซินนับเป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลแห่งที่ 2 ต่อจากพื้นที่เกาะกระ จ.นครศรีธรรมราช ที่ประกาศเมื่อปี 2564 เช่นกัน ซึ่งกลางปี 2564 ที่ผ่านมาได้รับบทเรียนกรณีพบอวนประมงขนาดใหญ่ขาดติดบริเวณแนวปะการังตรงเกาะโลซิน รวมน้ำหนักกว่า 800 กิโลกรัม ปกคลุมแนวปะการังกว่า 2,750 ตารางเมตร สร้างความเสียหายรุนแรงกว่า 550 ตารางเมตร จนเกิดปะการังฟอกขาวและปะการังซีดจางบางส่วน

ด้าน นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระบุว่า พื้นที่โดยรอบเกาะโลซินพบปะการังหลากหลายชนิด ทั้งปะการังแข็ง ปะการังอ่อน และกัลปังหา ที่เป็นแหล่งอาศัยของฉลามวาฬ และปลาน้อยใหญ่อีกกว่า 116 ชนิด และหอยกว่า 54 ชนิด โดยกฎกระทรวงดังกล่าวได้กำหนดบริเวณพื้นที่บังคับไว้ 2 บริเวณ กำหนดกิจกรรมที่ห้ามดำเนินการแตกต่างกัน คือ บริเวณที่ 1 แผ่นดินบนเกาะโลซินและพื้นที่ทะเลรอบเกาะเนื้อที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร ระยะทางห่างรอบเกาะจากฝั่งประมาณ 500 เมตร ห้ามก่อมลพิษ ห้ามกระทำความเสียหายต่อปะการัง สัตว์น้ำ ซากปะการัง กัลปังหา ห้ามทอดสมอเรือ ห้ามประกอบการประมง ห้ามก่อสร้าง ห้ามนำสัตว์หรือพืชจากที่อื่นเข้าไปในบริเวณ และห้ามขุดเจาะและทำเหมืองแร่

ส่วนบริเวณที่ 2 เป็นพื้นที่ในทะเล ห่างจากเกาะประมาณ 6 กิโลเมตร เนื้อที่รวมประมาณ 143 ตารางกิโลเมตร ห้ามก่อมลพิษ ห้ามกระทำการที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการัง สัตว์ทะเล และซากปะการัง ห้ามขุดเจาะและทำเหมืองแร่ ห้ามถมทะเลและขุดลอกร่องน้ำ และทำประมงยกเว้นการใช้เบ็ดมือ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ อย่างการดำน้ำและการท่องเที่ยว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จะกำหนดแนวทาง มาตรการ และแผนการบริหารจัดการในพื้นที่ต่อไป แล้วจะประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนชายฝั่งร่วมดำเนินการตามมาตรการที่ได้บังคับด้วย