การใช้ประโยชน์ด้านการประมง การใช้ประโยชน์ด้านการประมง
364 view

 ทำการติดตามข้อมูลการทำประมงของเรือประมงในรัศมี 12 ไมล์ทะเล (21 กิโลเมตร) รอบเกาะโลซิน วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึง มิถุนายน 2561 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 875 ตารางกิโลเมตร

แผนที่แสดงพื้นที่ติดตามการทำประมงบริเวณเกาะโลซิน

ผลการศึกษาการติดตามการทำประมงบริเวณเกาะโลซิน
ประเภทเรือที่มีเข้าไปทำในเขตพื้นที่ที่กำหนด มี 3 เครื่องมือหลัก คือ
          - เครื่องมือประเภทอวนลากประกอบด้วย ประเภทอวนลากแผ่นตะเฆ่ และอวนลากคู่ส่วนอวนลากคานถ่างจะเป็นเรือขนาดเล็ก จะไม่ออกทำประมงที่ไกลจากฝั่งมาก น้ำหนักรวมของแต่ละเที่ยว ชนิดสัตว์น้ำที่ได้ เป็นปลาเป็ด และปลาเลย ซึ่งจากข้อมูลที่มีไม่สามารถระบุชนิดได้ แต่สัตว์น้ำหลักอื่น ๆ ที่ได้ปริมาณมาก ได้แก่ ปลาทรายแดง ปลาปากคม น้ำหนักที่ได้ในแต่ละเที่ยวมีตั้งแต่ 10,000 - 30,000 กิโลกรัม ซึ่งปลาทรายทรายแดง และปลาปากคมมีประมาณ 10 - 20% ของน้ำหนักสัตว์น้ำรวม โดยในแต่ละเที่ยวจะมีน้ำหนักแตกต่างกันไป ระยะเวลาทำประมง จะออกเต็มเที่ยวคือ มากกว่า 25 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน
​          - เครื่องมือประเภทลอบประกอบด้วย ประเภทลอบปลา ส่วนลอบหมึก และลอบปู จะเป็นเรือขนาดกลาง (ไม่เกิน 60 ตันกรอส) จะไม่ออกทำประมงที่ไกลจากฝั่งมาก เรือลอบที่เข้าไปทำประมงในบริเวณที่กำหนดจะเป็นลอบปลา ส่วนลอบหมึก กับ ลอบปู จะออกทำประมงไม่ไกลจากชายฝั่งมากน้ำหนักสัตว์น้ำในแต่ละเที่ยวประมาณ 1,000 - 9,000 กิโลกรัม ปลาที่ได้หลัก ๆ เป็นปลากลุ่มปลาหน้าดิน โดยน้ำหนักรวมที่มากที่สุดเป็นปลาเลย และเมื่อแยกชนิดปลาจะมีพวกปลาทรายแดง ปลาทรายขาว ปลาเก๋า ปลากะพง น้ำหนักประมาณ 25 - 50% ของน้ำหนักรวม ระยะเวลาทำประมงประมาณ 15 - 20 วัน
​          - เครื่องมือประเภทอวนล้อมจับน้ำหนักสัตว์น้ำมีความหลากหลายในแต่ละรอบทำประมง มีน้ำหนักสัตว์น้ำตั้งแต่ 3,000 ถึง 40,000 กิโลกรัม ปลาที่ได้เป็นกลุ่มปลาโอ โดยจะเป็นปลาโอดำมากกว่าปลาโอชนิดอื่น ๆ ระยะเวลาการทำประมง จะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับว่าเจอฝูงปลาหรือไม่

​          จากข้อมูลที่ทำการศึกษาพบว่ามีเรือ 237 ลำ จากจำนวน 311 ลำ เข้าไปทำประมงบริเวณเกาะโลซินช่วงเวลาทำการศึกษา โดยเรือประมงอวนลากมีจำนวนและสัดส่วนการเข้าทำประมงในพื้นที่มากที่สุด 76% (159 ลำ) รองลงมาคือเรือประมงอวนล้อมและเรือประมงลอบ ตามลำดับ ยกเว้นเรือประมงเบ็ดมือและเบ็ดราว    ซึ่งเดินทางผ่านเกาะโลซินเพื่อผ่านไปยังแหล่งประมงบริเวณแหล่งขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย  และใช้พื้นที่บริเวณเกาะโลซิน เป็นแหล่งประมงทางเลือก เช่น การหาปลาเหยื่อ เป็นต้น

​          เนื่องจากพื้นที่เกาะโลซินเป็นบริเวณทำการประมงที่อยู่ไกลฝั่ง  เรือประมงทั้งสามประเภท (เรือประมงอวนลาก, เรือประมงอวนล้อม และเรือประมงลอบ) จึงมักมีขนาดไม่น้อยกว่า 30 ตันกรอส จึงจะสามารถทำการประมงได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า โดยเรือประมงอวนล้อมเป็นเรือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ทำการประมงบริเวณนี้ (ขนาดมากกว่า 120 ตันกรอส)

ร้อยละการทำประมงในบริเวณเกาะโลซินที่กำหนด


* เบ็ดมือมีการออกไปทำการประมงบริเวณแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย โดยเดินทางผ่านเกาะโลซิน จึงทำการประมงบริเวณเกาะโลซินด้วย


ขนาดเรือที่เข้าไปทำประมงในบริเวณเกาะโลซินในพื้นที่ศึกษา

          จากการศึกษาในปี 2560 พบสัตว์น้ำถูกจับจากการประมงจำนวน 47 ชนิด แบ่งเป็นปลาผิวน้ำ 18 ชนิด ปลาหน้าดิน 14 ชนิด (ไม่รวมปลาเลย และปลาเป็ด) กุ้งและกั้ง รวม 7 ชนิด ปู 1 ชนิด หมึก 4 ชนิด และหอย 1 ชนิด โดยมีปริมาณการจับสัตว์น้ำบริเวณเกาะโลซินน้ำหนักรวม 36,262 ตันโดยปริมาณปลาผิวน้ำถูกจับมากที่สุดประมาณ 1,731 ตัน เครื่องมือประมงที่สามารถจับสัตว์น้ำได้ปริมาณมากที่สุดคือ อวนล้อมจับ (Purse seine) จับได้ปริมาณ 9,736 ตัน เป็นปลาโอดำมากที่สุด (2,156 ตัน)
          การสำรวจราคาสัตว์น้ำ พบว่า ปลาจาระเม็ดขาว มีราคาสูงที่สุด (600 บาท/กก.) ปลากะพงแดง Red snappers เป็นปลาหน้าดินที่มีราคาสูงสุด กุ้งแชบ๊วย Banana shrimp มีราคาสูงที่สุดในชนิดกุ้งที่ถูกจับได้ ราคา 266.41 บาทต่อกิโลกรัม หมึกหอมเป็นหมึกที่มีราคาสูงที่สุดในหมึกชนิดต่าง ๆ ราคากิโลกรัมละ 99.96 บาท อย่างไรก็ตามราคาสัตว์น้ำที่จับได้มีความแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ทั้งความต้องการและปริมาณที่จับได้ (supplyanddemand)

          การสำรวจมูลค่าสัตว์น้ำที่จับได้บริเวณเกาะโลซินในปี พศ. 2560 จำนวน 151,349,643 ล้านบาท มูลค่าปลาผิวน้ำ 62,557,897 บาท ปลาหน้าดิน 27,664,841 บาท ปลาเลย 8,186,371 บาท ปลาเป็ด 3,381,371 บาท กุ้งและกั้งมีมูลค่ารวม 15,208,378 บาท ปู 7,111,930 บาท และ หอย 505,352 บาท  โดยเครื่องมือประมงที่สามารถจับสัตว์น้ำมีมูลค่าสูงสุดคือ อวนลากแผ่นตะเฆ่ (Otter board trawl) มูลค่า 61,200,119 บาท และอวนล้อมจับ Purse seine มูลค่า 37,258,381 บาท