รายละเอียดโครงการ
ที่มาของโครงการ
     
กิจกรรมการท่องเที่ยวได้ส่งผลกระทบทำให้แนวปะการังได้รับความเสียหาย และหลายพื้นที่มีความเสื่อมโทรมเข้าขั้นวิกฤต ความเสียหายที่เกิดจากการเดินเหยียบย่ำ การเก็บ การจับ การสัมผัสปะการังทำให้ปะการังแตกหัก ทั้งจากตัวนักท่องเที่ยว และผู้ที่ทำหน้าที่พาลงไป ซึ่งได้แก่มัคคุเทศก์ ผู้นำการดำน้ำ ครูสอนดำน้ำ นอกจากนี้การทิ้งขยะ การให้อาหารปลา และการทิ้งสมอของเรือที่พานักท่องเที่ยวส่งผลกระทบต่อแนวปะการังดังนั้นมาตรการป้องกันควบคุม กำกับดูแลการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการัง โดยกำหนดมาตรฐานของผู้ประกอบการดำน้ำการกำหนดรูปแบบ วิธีการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ และการกำหนดเงื่อนไข การเข้าไปเที่ยวในบริเวณพื้นที่แนวปะการังจะช่วยป้องกัน และผลกระทบกับแนวปะการังลงได้

          ที่ผ่านมาประเทศไทย ยังไม่มีกฎหมายควบคุมการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการังเป็นการเฉพาะ ปี 2560 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงกำหนดมาตรการทางกฎหมาย เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแนวปะการังจากการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 มาตรา 22 ประกอบมาตรา 23 โดยเสนอร่าง ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการัง จากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ

          ปี 2562–2563 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เสนอร่างประกาศโดยผ่านมติเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ และปี 2563 ได้เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ ภายใต้ร่างประกาศดังกล่าว กำหนดให้การประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ บริเวณแนวปะการัง ต้องจัดให้มีผู้ควบคุม เพื่อให้ความรู้ ให้คำแนะนำ ควบคุม กำกับ และดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวทำลาย ทำให้เกิดความเสียหายหรือสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศบริเวณแนวปะการัง ซึ่งผู้ควบคุม คือ บุคคลที่มีหน้าที่ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำ และมีคุณสมบัติที่ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมตามที่กรมกำหนด

          กรมได้จัดทำหลักสูตรผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณปะการัง เพื่อใช้สำหรับจัดฝึกอบรมให้กับผู้ควบคุม ได้แก่ มัคคุเทศก์ ไดฟ์มาสเตอร์ และครูสอนดำน้ำ ในปี 2562-2563 ได้จัดฝึกอบรมหลักสูตร ผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้ารับการฝึกอบรมตามลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่มีจำนวนกลุ่มเป้าหมาย (นักท่องเที่ยว) เข้าไปใช้พื้นที่แนวปะการังจำนวนมากและมีความหนาแน่น และในพื้นที่ที่มีมัคคุเทศก์ ครูสอนดำน้ำ ไดฟ์มาสเตอร์ พื้นที่จังหวัดชลบุรี กรุงเทพมหานคร ชุมพร สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พังงากระบี่ ตรัง ปัจจุบันมีผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร รวม 954 คน

          ปี 2564 ได้กำหนดแผนการดำเนินงานจัดฝึกอบรม จำนวน 12 ครั้ง กลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่า 450 คน ในพื้นที่ระยอง กรุงเทพมหานคร ชุมพร สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจะดำเนินการนำหลักสูตรการจัดฝึกอบรม เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการฝึกอบรมมัคคุเทศก์หน่วยงาน กรมการท่องเที่ยว สถาบันการศึกษา และสมาคมดำน้ำ เพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มเป้าหมาย มัคคุเทศก์ ไดฟ์มาสเตอร์ และครูสอนดำน้ำ ให้สามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้ทันเวลาที่กำหนด