อเมริกาเหนือและอเมริกากลาง (North and Central America) อเมริกาเหนือและอเมริกากลาง (North and Central America)
955 view

 

          รวมพื้นที่ของอเมริกาเหนือและอเมริกากลาง มีพื้นที่ป่าชายเลนรวมประมาณ 22,402 ตร.กม. คิดเป็น 14.7 เปอร์เซนต์ ของป่าชายเลนทั่วโลก (150,000 ตร.กม.) พบในประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา สหรัฐเม็กซิโก สาธารณรัฐคิวบา สาธารณรัฐโดมินิกัน จาเมกา สาธารณรัฐกัวเตมาลา สาธารณรัฐฮอนดูรัส สาธารณรัฐเอลซัลวาดอร์ สาธารณรัฐปานามา เป็นต้น 
          Mangrove forests of the North America, including North and Central America, are about 22,402 km2, accounting for approximately 14.7 % of the global mangrove forests (150,000 km2).Countries where mangrove forests are found: United States of America, Mexico, Cuba, Dominican Republic, Jamaica, Guatemala, Honduras, El Salvador, Panama, etc.
 

 

 
          Avicenniagerminans เป็นไม้พุ่มถึงไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ สูงถึง 10 ม. มีรากหายใจคล้ายหมุดจำนวนมาก โผล่เหนือผิวดิน ยาวถึง 20 ซม.ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปใบหอก สีเขียวแกมเหลืองอมสีเทาทึมๆกลีบดอกสีขาวอมเหลือง มีขนปกคลุม ผลเป็นผลแห้งแตก เมล็ดงอกขณะที่ผลยังติดอยู่กับต้นแม่
          Avicenniagerminans grows as shrub to small evergreen tree, up to 10 m. tall. The roots produce pneumatophores rising up to 20 cm. above ground to allow oxygen to get to the roots during periods of flooding. The leaves are arranged decussately, lanceolate in shape, dull grayish yellow-green in colour. Petals are yellowish white and pubescent. The fruit is a capsule. The seeds germinate while still attached to the parent plant.
 

 
          Avicennia bicolor เป็นไม้ต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ สูงถึง 15 ม. พบในบริเวณปากแม่น้ำที่มีการขึ้นลงของน้ำสูง เป็นชนิดที่มีความทนทานต่อน้ำเค็มจัด มีสถานภาพการอนุรักษ์ซึ่งจัดโดยThe IUCN Red List of Threatened Speciesเป็น สิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้การสูญพันธุ์ (Vulnerable species)  
          Avicennia bicolor is a species of medium evergreen tree, growing up to 15 m. tall.It is found in the down-stream high intertidal region where river mouths meet the sea and has a high tolerance to hypersalineconditions.Its conservation status, assigned by The IUCN Red List of Threatened Species,is “Vulnerable species”.

 
          Rhizophora mangle โดยทั่วไปแล้วเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ สูง 5-10 ม. แต่อาจพบสูงได้ถึง 20-30 ม. หรือมากกว่า และมีรากค้ำยันสูง 2-4.5 ม. ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก มีหูใบร่วมหุ้มยอดอ่อนยาว 2.5-5 ซม. แผ่นใบรูปรี เกลี้ยง ด้านบนสีเขียวเป็นมัน ด้านล่างสีเขียวอมเหลือง ขอบใบม้วนลงด้านล่างเล็กน้อย กลีบดอกสีเหลืองซีด มีกลิ่นหอมเล็กน้อย เส้นผ่านศูนย์กลางดอกบานประมาณ 2 ซม. ผลรูปกรวย สีน้ำตาลดำ ยาวประมาณ 3 ซม. มีกลีบเลี้ยงติดคงทน เมล็ดงอกตั้งแต่ผลยังติดอยู่กับต้นแม่ ฝักต้นอ่อนหล่นเมื่อมีขนาดยาว 20-30 ซม.
          Rhizophora mangle is normally a small evergreen tree 5-10 m. tall, but can grow to 20-30 m. (and even more) tall, with arching stilt roots 2-4.5 m. high. The leaves are arranged decussately, having terminal interpetiolar stipules, elliptic in shape, glabrous, shiny green above and yellowish green beneath. Leaf margins are slightly rolled under at edges. Flowers are pale yellow, slightly fragrant, about 2 cm. across. Fruits are dark brown, conical, about 3 cm. long, with enlarged curved sepals, viviparous. The propagules fall when they are 20-30 cm. long.
 

 
          Conocarpus erectus มีการกระจายพันธุ์ได้กว้างตามสังคมพืชชายฝั่ง ตั้งแต่เขตร้อนของอเมริกาถึงแอฟริกาตะวันตก เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้น ไม่ผลัดใบ เรือนยอดแผ่กว้าง สูง 4-20 ม. พืชชนิดนี้มี 2 รูปแบบ คือแบบที่มีใบสีเขียวปกติ และแบบที่ใบมีสีเงินซึ่งนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
          Conocarpus erectus is widely distributed in coastal plant communities in tropical America and West Africa. It is an evergreen shrub or tree with a spreading crown. It can grow 4-20 m. tall. There are two forms of the tree, one with green leaves and one with silvery leaves. The latter one is commonly used as ornamental.