เอเชียใต้และตะวันออกกลาง (South Asia and Middle East) เอเชียใต้และตะวันออกกลาง (South Asia and Middle East)
566 view

          เอเชียใต้และตะวันออกกลาง (South Asia and Middle East) มีพื้นที่ป่าชายเลนของ South Asia (10,344 ตร.กม., 6.8 เปอร์เซ็นต์) และ Middle East (624 ตร.กม.,0.4 เปอร์เซ็นต์) รวมเป็น 10,968 ตร.กม. คิดเป็น 7.2 เปอร์เซนต์ ของป่าชายเลนทั่วโลก (150,000 ตร.กม.) พบในประเทศต่างๆ เช่น ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย สาธารณรัฐเยเมน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  รัฐสุลต่านโอมาน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ รวมถึงสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์และรัฐเอริเทรีย เป็นต้น
          Mangrove forests of the South Asia and Middle East, including that of South Asia (10,344 km2, 6.8 %) and Middle East (624 km2, 0.4%), are about 10,968 km2, accounting for approximately 7.2% of the global mangrove forests (150,000 km2). Countries where mangrove forests are found: Saudi Arabia, Yemen, United Arab Emirates, Oman, Iran, Pakistan, India, Sri Lanka, Bangladesh, and also Egypt and Eritrea, etc.

          Rhizophora x lamarkii เป็นลูกผสมของ Rhizophoraapiculata (โกงกางใบเล็ก) และ R.stylosa เป็นไม้ต้น สูงถึง 25 ม. เปลือกสีเทา แตกเป็นร่องตามยาว ใบรูปรีแกมรูปไข่กลับ ปลายใบเป็นติ่งแหลมสั้นชัด ด้านล่างมีจุดสีดำกระจายหนาแน่น ก้านใบยาว 2-3 ซม. กลีบดอกสีขาว มีขนเล็กน้อย
          Rhizophora × lamarckii is a hybrid of Rhizophoraapiculata and R. stylosa. The tree can grow up to 25 m. tall. The bark is gray and fissured. Leaf blade is obovate-elliptic and dense with black dots beneath. Leaf apex has a clear mucronate spike and leaf stalk is 2-3 cm. long. Petals are white and slightly hairy.

          Aegicerasmajus เป็นชื่อพ้องของ A. corniculatum เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงถึง 7 ม. ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่กลับ ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ผลโค้ง คล้ายรูปทรงกระบอกหรือคล้ายเขา ยาว 2-7.5 ซม. สีเขียวอ่อนถึงสีชมพู
          Aegicerasmajus is actually a synonym of A. corniculatum. It grows as a shrub or small tree up to 7 m tall. Leaves are simple and alternate, obovate. Flowers are produced as umbellate clusters, white and fragrant. The fruits are curved and cylindrical or horn-shaped, light green to pink in colour and 2-7.5 cm. long.

          Rhizophorastylosa ปกติเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ สูง 8-10 ม. แต่อาจพบสูงได้ถึง 30 ม. มีรากค้ำยันสูงถึง 3 ม.ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่กลับถึงรูปรี ยาว 6-14 ซม. กว้าง 3-8 ซม. ขนาดเล็กกว่า Rhizophoramucronata (โกงกางใบใหญ่) เกลี้ยง ด้านบนสีเขียวเป็นมัน ด้านล่างสีเขียวอมเหลืองและมีจุดสีดำถึงสีแดงเรื่อๆกลีบดอกสีขาว ปลายกลีบมีขน ร่วงเร็ว ก้านชูเกสรเพศเมียยาว 0.4-0.6 ซม. ยาวกว่า R. mucronata (โกงกางใบใหญ่) คำระบุชนิดว่า “stylosa” หมายถึงลักษณะเด่นของก้านชูเกสรเพศเมียที่ค่อนข้างยาวเมื่อเทียบกับพรรณไม้ชนิดอื่นๆในสกุลเดียวกัน ผลมักสั้นกว่าของ R.mucronata (โกงกางใบใหญ่) เมล็ดงอกตั้งแต่ผลยังติดอยู่กับต้นแม่ ฝักต้นอ่อนหล่นเมื่อมีขนาดยาว 20-50 ซม. ส่วนใหญ่มักยาวไม่เกิน 30 ซม. เนื้อไม้สีแดงเข้ม
          Rhizophorastylosais usually a small evergreen tree 8-10 m. tall, but sometimes can grow up to 30 m. tall, with arching stilt roots to 3 m. high. The leaves are arranged decussately, obovate to elliptic in shape, 6-14 cm. long and 3-8 cm. wide (smaller than Rhizophoramucronata), glabrous and shiny green above, yellowish greenand spotted with black to reddish dots below. Petals are white, with wooly marginal hairs, caducous. Styles are 0.4-0.6 cm. long (longer than in R. mucronata). The specific epithet “stylosa” refers to its relatively long style in comparison to that of the other species in this genus. Fruits are generally shorter when compared to R. mucronata, viviparous. The propagules fall when they are 20-50 cm. long, usually shorter than 30 cm. long. The wood is dark read.

          Heritierakanikensis เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ สูง 5-7 ม. โคนต้นมักมีพูพอน ใบเรียงสลับถึงเรียงเวียน แผ่นใบรูปใบหอกแกมรูปรี ยาว 4-10ซม. กว้าง 2-5ซม.ด้านบนเกลี้ยง สีเขียว ด้านล่างมีมีเกล็ดสีเงินสะท้อนแสง ดอกแยกเพศ ขนาดเล็ก ผลค่อนข้างกลม ไม่มีหงอนที่ตอนปลายผลเหมือนที่พบใน Heritieralittoralis (หงอนไก่ทะเล)
          Heritierakanikensis is a species of small evergreen tree, growing to 5-7 m. tall. Trunk bases are usually with buttresses. Leaves are alternate to spiral, elliptic-lanceolate, 4-10 cm. long and 2-5 cm. wide, glabrous and green above, covered with shining silvered scales beneath.Flowersare unisexual, small. Fruits are somewhat globose, without an apical crest like the one found in Heritieralittoralis