ออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิก (Australia and Pacific Island) ออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิก (Australia and Pacific Island)
513 view

 

          มีพื้นที่ป่าชายเลนรวมประมาณ 15,888 ตร.กม. คิดเป็น 10.5 เปอร์เซนต์ ของป่าชายเลนทั่วโลก (150,000 ตร.กม.) พบในประเทศต่างๆ เช่น เครือรัฐออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์ รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน สาธารณรัฐฟิจิเป็นต้น
          Mangrove forests of the Australia and Oceania are about 15,888 km2, accounting for approximately 10.5% of the global mangrove forests (150,000 km2). Countries where mangrove forests are found: Australia, New Zealand, Papua New Guinea, Solomon Islands, Fiji, etc.

          Ceriopsaustralis มีลักษณะใกล้เคียงกับ C. tagal (โปรงแดง) ต่างกันตรงที่ผิวของฝักต้นอ่อนเรียบ ไม่เป็นสัน เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ สูงถึง 10 ม. แผ่นใบรูปไข่กลับถึงรูปรีแกมรูปไข่กลับ ยาว 5-10 ซม. กว้าง 2-4 ซม. ปลายใบมน ก้านใบยาวประมาณ 2 ซม. กลีบดอกสีขาวครีม เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เมล็ดงอกตั้งแต่ผลยังติดอยู่กับต้นแม่ ฝักต้นอ่อนยาวได้ถึง 15 ซม. ผิวเรียบ
          Ceriopsaustralis is very similar in appearance to C. tagal except that the propagules are smooth. It is a shrub or small evergreen tree, up to 10 m. tall. Leaf shapes are obovate to obovate-elliptic, 5-10 cm. long and 2-4 cm. wide, with a rounded apex. Petioles are about 2 cm. long. Petals are creamy white and become brown with age. Seeds are viviparous. The smooth propagules can reach up to 15 cm. long.

          Avicenniarumphiana เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ สูงได้ถึง 30 ม. โคนต้นมักมีพูพอน มีรากหายใจคล้ายหมุดจำนวนมาก ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่ถึงรูปช้อน ด้านบนเกลี้ยง สีเขียว ด้านล่างสีเขียวอมเหลืองหรือออกสีน้ำตาลและมีขนปกคลุม ดอกขนาดประมาณ 1 ซม. ออกเป็นกลุ่มลักษณะค่อนข้างกลม กลีบดอกสีเหลืองอมส้ม มีขนปกคลุม ผลเป็นผลแห้งแตก รูปไข่ มีขนปกคลุม พบบ่อยที่ผิวผลย่น มี 1 เมล็ด
          Avicenniarumphiana can grow as a large evergreen tree, up to 30 m. tall. Trunk bases are usually with buttresses. The roots produce numerous pneumatophores. The leaves are arranged decussately, ovate to spatulate in shape, green and glabrous above, olive to brownish and hairy below. Flowers are about 1 cm. across, forming a globular cluster. Petals are orange-yellow, hairy. The fruit is a capsule, ovate, woolly and often wrinkled, containing one seed.

          Lumnitzerarosea เป็นชื่อพ้องของ Lumnitzeraracemosa (ฝาดดอกขาว) ลักษณะทั่วไปคล้าย L. littorea (ฝาดดอกแดง) ต่างกันที่ใบมีสีเขียวสดและอวบหนากว่าและมีดอกสีขาว เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ สูงถึง 8 ม. ใบเรียงเวียนเป็นกระจุกอยู่ที่ปลายกิ่ง แผ่นใบรูปช้อนถึงรูปใบหอกกลับ หรือรูปไข่กลับ ด้านบนเกลี้ยง สีเขียวอ่อน ดอกมีกลิ่นหอม กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว ผลรูปรีหรือรูปไข่ ยาว 1-2 ซม. กว้าง 0.5-0.8 ซม. นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
          Lumnitzerarosea is a synonym of Lumnitzeraracemosa. Generally, it is similar to L. littorea except that the leaves are bright green and fleshier, and the flowers are white. It grows as a shrub or small evergreen tree, up to 8 m. tall. The leaves are spirally arranged, densely crowded at apices of branchlets, spatulate to oblanceolate or obovate in shape, pale green and glabrous adaxially. Flowers are fragrant. There are 5 white petals. The fruits are ellipsoid or ovoid, 1-2 cm. long and 0.5-0.8 cm wide. This species is popularly grown as an ornamental plant.

          Rhizophorastylosa ปกติเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ สูง 8-10 ม. แต่อาจพบสูงได้ถึง 30 ม. มีรากค้ำยันสูงถึง 3 ม. ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่กลับถึงรูปรี ยาว 6-14 ซม. กว้าง 3-8 ซม. ขนาดเล็กกว่า Rhizophoramucronata (โกงกางใบใหญ่) เกลี้ยง ด้านบนสีเขียวเป็นมัน ด้านล่างสีเขียวอมเหลืองและมีจุดสีดำถึงสีแดงเรื่อๆ กลีบดอกสีขาว ปลายกลีบมีขน ร่วงเร็ว ก้านชูเกสรเพศเมียยาว 0.4-0.6 ซม. ยาวกว่า R. mucronata (โกงกางใบใหญ่) คำระบุชนิดว่า “stylosa”หมายถึงลักษณะเด่นของก้านชูเกสรเพศเมียที่ค่อนข้างยาวเมื่อเทียบกับพรรณไม้ชนิดอื่นๆในสกุลเดียวกัน ผลมักสั้นกว่าของ R. mucronata (โกงกางใบใหญ่) เมล็ดงอกตั้งแต่ผลยังติดอยู่กับต้นแม่ ฝักต้นอ่อนหล่นเมื่อมีขนาดยาว 20-50 ซม. ส่วนใหญ่มักยาวไม่เกิน 30 ซม. เนื้อไม้สีแดงเข้ม
          Rhizophorastylosa is usually a small evergreen tree 8-10 m. tall, but sometimes can grow up to 30 m. tall, with arching stilt roots to 3 m. high. The leaves are arranged decussately, obovate to elliptic in shape, 6-14 cm. long and 3-8 cm. wide (smaller than Rhizophoramucronata), glabrous and shiny green above, yellowish green and spotted with black to reddish dots below. Petals are white, withwooly marginal hairs, caducous. Styles are0.4-0.6 cm. long (longer than in R. mucronata). The specific epithet “stylosa” refers to its relatively long style in comparison to that of the other species in this genus. Fruits are generally shorter when compared to R. mucronata, viviparous. The propagules fall when they are 20-50 cm. long, usually shorter than 30 cm. long. The wood is dark read.

          Rhizophora x lamarkii เป็นลูกผสมของ Rhizophoraapiculata (โกงกางใบเล็ก) และ R. stylosa เป็นไม้ต้น สูงถึง 25 ม. เปลือกสีเทา แตกเป็นร่องตามยาว ใบรูปรีแกมรูปไข่กลับ ปลายใบเป็นติ่งแหลมสั้นชัด ด้านล่างมีจุดสีดำกระจายหนาแน่น ก้านใบยาว 2-3 ซม.กลีบดอกสีขาว มีขนเล็กน้อย
          Rhizophora×lamarckii is a hybrid of Rhizophoraapiculata and R. stylosa. The tree can grow up to 25 m. tall. The bark is gray and fissured. Leaf blade is obovate-elliptic and dense with black dots beneath. Leaf apex has a clear mucronate spike and leaf stalk is 2-3 cm. long. Petals are white and slightly hairy.